[Fic]KnB>Ao*Ki< "Song For You" - 1 -

posted on 22 Dec 2015 14:06 by kurohane directory Fiction, Cartoon

 

 

Title :: Song For You - 1 -

Pairing :: Aomine X Kise

Kuroko no Basuke 

Event :: Christmas Day

Author :: Kurobane
 
 
**********
 
 

                ภายในคอนโดหรูหราแห่งหนึ่งที่ตั้งใจกลางเมือง เจ้าของห้องที่กำลังง่วนกับการทำบางอย่างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเตือนจากไมโครเวฟดังขึ้นจากในครัว ร่างสูงแกร่งผิวสีแทนเหยียดกายขึ้นอย่างเชื่องช้า ขายาวก้าวฉับๆไปเอาอาหารที่เพิ่งอุ่นเสร็จแล้วกลับมานั่งที่เดิม มือใหญ่ลากเม้าส์เลื่อนดูสิ่งสนใจตรงหน้า

 

เพราะเพื่อนสนิทของเขาทำให้ตอนนี้เขาอาจจะกลายเป็นแฟนคลับแบบไม่ได้ตั้งใจของนักร้องขวัญใจวัยรุ่นไปแล้ว เมื่อเขาไล่ฟังเพลงเกือบทั้งหมดที่นักร้องหนุ่มคนนี้ร้อง

 

                “ชิ...เพราะยัยซัทสึกิแท้ๆ...”

 

ถึงปากจะบ่นแต่ก็ยังไม่หยุดฟังเพลง หูฟังคุณภาพดียิ่งเพิ่มอรรถรสเข้าไปอีก อาโอมิเนะโยกหัวตามจังหวะเพลงอย่างไม่ได้ตั้งใจ มืออีกข้างเมื่อละจากเม้าส์ก็เปลี่ยนหน้าที่เป็นส่งอาหารเข้าปากแทน

 

                ...แต่หมอนี่คุ้นๆอยู่นา...

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองคนในวีดีโอแล้วนั่งนึก มือใหญ่เปิดเบราเซอร์อีกอันขึ้นมาเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักร้องคนนี้ อยู่ๆเขาก็เกิดสงสัยขึ้นมา นึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่ต้องหาข้อมูลขนาดนี้

 

อาโอมิเนะไล่อ่านประวัติคร่าวๆของนักร้องหนุ่มเสียงนุ่มหวานคนนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

                ...อ่อ หมอนี่เคยอยู่เทย์โคเหมือนเรานี่เอง ก็ว่าทำไมคุ้นหน้าชะมัด...

                ...แต่เหมือนเพิ่งเคยเจอเร็วๆนี้เลยแหะ...

 

แต่แล้วความสุนทรีย์มีอันต้องสะดุดอีกครั้งเมื่อโทรศัพท์เครื่องสวยแผดเสียงดังลั่น อาโอมิเนะจิ๊ปากไม่พอใจ เขาถอดหูฟังออกก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

 

                “สวัสดีครับ อาโอมิเนะครับ”

                ‘ไงพ่อนักบาส ตกลงยอมไปกับพวกเราแล้วสินะ’

 

อาโอมิเนะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เสียงทุ้มกวนประสาทที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากปลายสาย

 

                “เหอะ เพราะพวกแกไปหรอกนะถึงได้ไปด้วย คากามิ”

                ‘ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่ว่าอยากไปดูนักร้องหรอกนะ เห็นแชร์ลงทวิตนี่’

 

คากามิ ไทกะ เอ่ยแซวอาโอมิเนะอย่างรู้ทัน ชายผิวสีแทนหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

                “อย่าเอาฉันไปเหมารวมกับยัยซัทสึกิสิ อา...อย่าบอกนะว่าแกก็จะไปดูนักร้อง”

 

ปลายสายหัวเราะออกมาบ้าง อาโอมิเนะยิ้มบางๆเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงจากอีกฝ่าย

 

                ‘คุโรโกะต่างหากที่อยากไป หมอนั่นชอบเพลงของคิเสะ เรียวตะเหมือนโมโมอินั่นแหละ’

                “หายากแหะที่เท็ตสึจะชอบนักร้องแบบนี้”

                ‘ใช่มะ...โอ๊ย คุโรโกะอย่ามาเจาะยางแบบนี้สิ!’

 

ตามด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายดังจากปลายสาย อาโอมิเนะทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆและฟังเท่านั้น

 

                ‘สวัสดีครับ อาโอมิเนะคุง ไม่ได้คุยกันนานนะครับ’

                “ไงเท็ตสึ อยู่กับหมอนั่นต้องอ้วนขึ้นมากเลยสินะ”

                ‘หยาบคายครับ ผมแค่สมส่วนขึ้น ไม่ได้อ้วนขึ้นสักหน่อย’

 

เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมต้นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มันเรียกเสียงหัวเราะจากเขาได้

 

                “ร้านอาหารไปได้สวยใช่มั้ย ที่อเมริกาดีหรือเปล่า?”

                ‘อา...ผมมีเซอร์ไพรส์นะครับ บอกตอนนี้ไม่ได้’

 

เสียงนุ่มลงท้ายด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ อาโอมิเนะระบายยิ้มอ่อนออกมา นัยน์ตาสีน้ำเงินทอดมองวิวทิวทัศน์กรุงโตเกียวจากที่สูง

 

                ‘แล้วอาโอมิเนะคุงละครับ? งานของโปรบาสเป็นยังไงบ้าง?’

                “เหนื่อยเป็นบ้าเลยนะสิ”

 

อาโอมิเนะบ่นพลางพรูลมหายใจทิ้ง เรียกเสียงหัวเราะคิกจากเพื่อนสนิทได้เล็กน้อย

 

                ‘พยายามเข้านะครับ’

                “อา...ขอบใจมากเท็ตสึ”

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินอ่อนแสงลง รอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้าคมคาย แต่แล้วเสียงจากปลายสายก็จริงจังขึ้นมา

 

                ‘อาโอมิเนะคุงครับ’

                “หืม?”

 

อาโอมิเนะกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังจากคุโรโกะ เขาตั้งใจฟังขึ้นอีก

 

                ‘คิเสะคุงออกซิงเกิ้ลใหม่เมื่อกี้ คุณได้ฟัง...อ๊ะ คากามิคุง เสียมารยาทนะครับ...’

 

เสียงโวยวายของคุโรโกะค่อยๆเงียบหายไป อาโอมิเนะอดขำไม่ได้เมื่อจินตนาการภาพของอีกฟากหนึ่งที่กำลังวุ่นวายน่าดู

 

                ‘พักนี้คุโรโกะอาการหนักเป็นบ้าเลยละ’

                “ฮ่าๆ ถ้าชอบอะไรมากๆก็เป็นแบบนั้นแหละ”

                ‘เฮ้ยๆ อย่าบอกนะว่าแกก็ติ่งคิเสะอะไรนี่ด้วย’

 

เสียงของคากามิฟังดูยียวนมากกว่าเดิม อาโอมิเนะด่าอีกฝ่ายแบบขำๆ

 

                “แกฟังแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?”

                ‘ไม่เห็นจะต่างจากนักร้องคนอื่นเลย...โอ๊ย อีกแล้วนะคุโรโกะ!!! เดี๋ยวจะจับทำโทษทั้งคืนเลย’

                ‘คากามิคุง คุณมันไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เอาซะเลยนะครับ’

                “ใช่ คากามิ แกหูหนวกหรือไง”

                ‘ทำไมต้องรุมฉันคนเดียวเล่า!’

 

แล้วก็เกิดสงครามขนาดย่อมขึ้น ถึงจะวุ่นวายแต่มันก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากทุกคน

 

                ‘อา นานขนาดนี้แล้วเรอะ ขอโทษที่โทรมารบกวนแล้วกันนะอาโอมิเนะ’

                “เออ ไม่เป็นไร นานๆทีโทรมาคุยแบบนี้ก็ดี สนุกดี ชวนให้นึกถึงวันเก่าๆเลย”

 

อาโอมิเนะระบายยิ้มออกมา คาดว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็คงยิ้มอยู่เหมือนกัน คากามิพูดแทรกขึ้น

 

                ‘พูดอะไรเป็นคนแก่ไปได้’

                “ก็แก่พอตัวไม่ใช่เรอะ”

                ‘ยังหนุ่มยังแน่นต่างหากละครับ’

 

แล้วทั้งสามก็หัวเราะร่วนออกมา อาโอมิเนะปรายตามองนาฬิกาเรือนสวยแต่ก่อนจะตัดบทดูเหมือนคุโรโกะจะรู้ทัน

 

                ‘ผมว่าเราเก็บไปคุยกันวันคริสต์มาสบ้างดีไหมครับ อาโอมิเนะคุงจะได้มีเวลาพักผ่อน’

                “อา...แล้วเจอกันนะ ทั้งสองคน”

                ‘แล้วเจอกัน อาโฮ่มิเนะ / แล้วเจอกันครับ ฝันดีครับ’

 

อาโอมิเนะกดวางสายไปแล้ว แต่ความรู้สึกที่ชวนคิดถึงยังวนเวียนอยู่ พวกเขาสนิทกันมากขึ้นเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัย เพราะต้องแชร์ห้องอยู่ด้วยกัน เป็นก๊วนเพื่อนสนิทที่ไปไหนไปกัน เที่ยวด้วยกัน เล่นบาสด้วยกัน เรียกว่าแทบจะ 24 ชั่วโมงที่พวกเขาใช้เวลาร่วมกัน

 

มีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างตามประสา ที่ตลกที่สุดเห็นจะเป็นการที่ทั้งตัวเขาและคากามิชอบคุโรโกะเหมือนกัน ตอนนั้นที่สองคนนั้นได้เป็นแฟนกัน เขาเจ็บปวดมาก แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแค่อดีตสีจางๆที่ไม่มีผลอะไรกับตอนนี้

 

พวกเขาทั้งสามคนถูกทาบทามให้เป็นนักบาสมืออาชีพ แต่คากามิตัดสินใจเปิดร้านอาหารที่อเมริกาโดยมีคุโรโกะคอยช่วยเหลือ ส่วนตัวเขาที่ทั้งชีวิตมีแต่บาสเก็ตบอลจึงตัดสินใจเป็นโปรบาส ค่าตอบแทนที่ดีแลกมาด้วยสุขภาพ แต่สำหรับเขาที่ไม่ได้คิดมากอยู่แล้วจึงนับเป็นข้อเสนอที่ดี

 

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินคมกริบหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดำมืดไปเพราะเป็นโหมดพัก ร่างสูงแกร่งลุกขึ้นจากโซฟาจนเต็มความสูง อาโอมิเนะทรุดตัวลงแล้วขยับเม้าส์ให้หน้าจอปรากฏขึ้นมา ก็พบหนุ่มผมสีเหลืองทองที่กำลังร้องเพลงถูกหยุดนิ่งเอาไว้

 

                ...หมอนี่มันคุ้นมากจริงๆนะ...

 

ขมวดคิ้วแล้วท่าครุ่นคิด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกอยู่ดี อาโอมิเนะจึงเลิกคิดแล้วฟังเพลงต่อไป มือใหญ่ลากเม้าส์เลือกฟังเพลงแล้วเพลงเล่า จนเวลาล่วงเลยไปพอสมควร มือใหญ่เปลี่ยนมานวดบริเวณหัวคิ้วเพื่อคลายความล้าจากการใช้สายตามาก

 

                ...ช่างเถอะ อาจจะแค่เคยเห็นตามเว็บละมั้ง...

 

เปลี่ยนจากการใส่หูฟังเป็นเปิดผ่านลำโพงแทน อาโอมิเนะลุกขึ้นก่อนจะถอดเสื้อออก เพราะฮีทเตอร์ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อหนาๆและรู้สึกอุ่นสบายแม้จะเปลือยกายเดินในห้อง

 

ร่างสูงฮัมเพลงขณะเดินไปอาบน้ำ มือใหญ่เปิดให้น้ำที่อุ่นกำลังดีสาดปะทะกับเรือนร่างแข็งแกร่ง มือใหญ่ลูบใบหน้าคมคายก่อนจะเสยผมขึ้น เขาชำระล้างร่างกายไปเรื่อยๆขณะนั้นก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปด้วย

 

                ...อา นึกออกแล้ว คิเสะ เรียวตะ ที่เคยเป็นนายแบบตั้งแต่มัธยมนี่เอง...

                ...ก็ว่าทำไมถึงคุ้นหน้านักนะ...

 

อาโอมิเนะพยักหน้าเบาๆเมื่อไขข้อสงสัยได้ เป็นจังหวะพอดีที่อาบน้ำเสร็จ ร่างสูงแกร่งพันผ้าเช็ดตัวสีเข้มไว้รอบเอวก่อนจะออกมาแต่งตัว

 

                ...ไม่สิ มันคุ้นกว่านั้น เหมือนเพิ่งเจอกัน...

 

นึกขุ่นเคืองตัวเองที่เอาแต่คิดเรื่องของผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่เช้า ร่างสูงใหญ่จึงเดินปึงปังไปปิดเพลงทันที เขาปิดคอมพิวเตอร์ลงแล้วจึงกลับมานั่งแหมะในห้องนอน นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเห็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ใกล้ๆจึงหยิบมาดูสักพักก่อนจะโยนทิ้งข้างเตียง

 

                ...ไว้ก่อนแล้วกัน ยังไม่มีอารมณ์...

 

แวบหนึ่งที่ใจคิดถึงนักร้องผมสีเหลืองทองแล้วเกิดอารมณ์แปลกๆขึ้นมา อาโอมิเนะเม้มปากแน่นอย่างหงุดหงิดตัวเอง เขาพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนคิงไซส์อยู่นานก่อนจะผล็อยหลับไป

 

 

 

 

 

 

                ....ติ๊ดๆๆๆๆๆ...

 

เสียงนาฬิกาปลุกแผดร้องดังลั่น ร่างสูงแกร่งผิวสีแทนค่อยๆขยับออกจากผ้านวมผืนหนา มือแกร่งปิดนาฬิกาปลุกก่อนจะยันร่างกายเปี่ยมด้วยมัดกล้ามขึ้น อาโอมิเนะนั่งนิ่งๆเหมือนหลับในก่อนจะลกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาและสวมชุดวอร์มเพื่อเตรียมไปวิ่งด้านนอก

 

หลังจากที่จบการแข่งขันช่วงฤดูหนาวมาเขาแทบไม่ลุกขึ้นออกกำลังกายตอนเช้าเลย วันนี้เขาตั้งใจจะออกกำลังเหมือนเดิม เพราะสำหรับอาชีพเขาแล้วสุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ร่างสูงไม่ลืมจะคว้าเสื้อกันหนาวใส่ด้วย เพราะด้านนอกคงจะหนาวน่าดู

 

                ...หนาวแค่ไหนก็ต้องวิ่งวะ...

 

ใจอยากจะกลับไปขลุกในที่นอนอุ่นๆแทบตาย แต่ถ้าไม่ฝืนใจทำตอนนี้ก็จะขี้เกียจไปจนถึงปีหน้า อาโอมิเนะก้าวขายาวๆไปยังลิฟต์ นิ้วเรียวกดปุ่มแล้วยืนรออยู่สักครู่ประตูลิฟต์