[FanFic]SNK-Complex #2-

posted on 19 Jun 2013 20:53 by kurohane
สวัสดีค่ะทุกท่าน!!
//ควบม้าเข้ามา
 
ขออภัยที่ให้รอนานนะคะ //ขำ
 
ไม่พูดอะไรแล้วกันค่ะ! เชิญเสพ
 
*******************************************************
Title :: COMPLEX #2
Pairing :: Jean x Levi x Eren (?)
Shingeki no Kyojin 
Author :: Kurobane
*NC 17 / ฉากเรทขออนุญาตคลุมขาวนะคะ*
 

“...ถ้าพวกแกสองคนทำให้ฉัน ‘สุขสม’ ได้ ฉันจะปิดเรื่องนี้เอาไว้...”

มวลอากาศราวกับเพิ่มขึ้น ทั้งแจนและเอเลนอึดอัดจนหายใจไม่ออก ได้แต่นิ่งงันกับข้อเสนอที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของคนตรงหน้า

“ว่าไงล่ะ?”

“หัวหน้า...ว่ายังไงนะครับ”

เอเลนถามย้ำอีกครั้ง ในขณะที่แจนนั่งหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ รีไวส่งสายตาเย็นเยียบมา

“ฉันไม่อยากพูดซ้ำ”

ว่าเสร็จมือสวยก็ปลดผ้าคลุมสีเขียวเข้มออก แล้วเดินไปตรงหน้าเอเลน นัยน์ตาสีเทามองลึกลงไปในนัยน์ตาสีเขียว เอเลนนิ่งงัน

“ช่วยฉันทีสิ”

ริมฝีปากบางเผยอขึ้น นัยน์ตาสีเทายังคงจ้องมองนิ่ง เอเลนได้เพียงข่มตาแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ

ไม่ทันไร ร่างสูงแกร่งที่นั่งนิ่งอยู่นานก็โผเข้ามารวมเอเลนสู่อ้อมกอด แล้วมอบจุมพิตอ่อนหวานให้ทันที มันทั้งดูดดื่ม ทั้งหวานซ่าน จนเอเลนเริ่มทรงตัวไม่อยู่

...นัยน์ตาสีเทาคมปลาบจ้องมองอย่างสงบ ทั้งที่ในใจมันเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด...

เมื่อแจนมอบความหวานแก่เอเลนจนร่างบางกว่าทรุดนั่งอย่างหมดแรงกับพื้นแล้ว ร่างแกร่งเดินตรงมายังหัวหน้าทหารของเขา ก่อนจะดันร่างสันทัดติดกับผนังโกดัง

“...อยากได้นักใช่ไหมครับ ความสุขสมนั่น...”

ร่างแกร่งใช้นิ้วเชยคางอีกคนขึ้น นัยน์ตาสีอ่อนแข็งกร้าวสบกับนัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบคู่นั้น รีไวไม่ตอบอะไร เพียงแต่เผยอริมฝีปากเย้ายวนขึ้น

ความรุ่นร้อนที่ปะทุอยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งทำให้แจนขาดสติ ปลายนิ้วเปิดให้ริมฝีปากบางอ้าออก ก่อนที่ตัวเองจะโน้มตัวลงไปสอดลิ้นร้อนแรกความหวานช่ำจนทั่วทั้งโพลงปาก รีไวโต้ตอบอย่างชำนิชำนาญจนแจนยังแปลกใจ

...ทั้งๆที่เอเลนยังเงอะงะอยู่แท้ๆ...

อยากจะถามเหมือนกันว่า”เคย”กับใคร แต่ก็ไม่กล้าพอ... รีไวประหลาดใจเมื่ออยู่ๆร่างแกร่งตรงหน้าเริ่มผ่อนแรง จึงผละออกมา

“...ไม่ได้เรื่อง”

รีไวพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะรุกจูบคนตรงหน้าอีกครั้ง แจนผงะก่อนจะค่อยๆคุมให้อารมณ์นิ่ง แล้วแลกเรียวลิ้นต่อเนื่อง

นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองสองร่างที่กำลังแลกจุมพิตเร่าร้อนกันอยู่อย่างไม่พอใจ ร่างโปร่งยันตัวขึ้นก่อนจะเดินไปที่คนทั้งสอง

“...หัวหน้า อยาก ’สุขสม’ ใช่ไหมครับ?”

เอเลนจ้องสองคนที่ยังง่วนอยู่กับการแลกความหวานในโพลงปากกันอยู่ ร่างโปร่งแทรกเข้าไปด้านหลังของร่างสันทัดก่อนจะดึงเอาผ้าที่พันคอของรีไวออก

“...เอเลน?”

รีไวเหลอบมองคนที่อยู่ด้านหลังด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้ม เอเลนไม่ตอบอะไรนอกจากซุกไซร้ซอกคอขาวนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของแจนจ้องมองเอเลนนิ่ง

เหมือนประชดประชัน แจนดึงร่างสันทัดมาประกบจูบต่อไป เอเลนเริ่มใช้มือปลดกระดุมเสื้อหัวหน้าของเขาทีละเม็ด...ทีละเม็ด..

มือเรียวสวยลากไล้ไปตามแผ่นอกขาว มือของแจนก็เช่นกัน นิ้วมือของลูกหน่วยทั้งสองกำลังไล้ไปตามยอดอกของรีไว ร่างสันทัดสั่นสะท้าน

“อื้อ!”

รีไวร้องประท้วงออกมา ก่อนจะผละออก น้ำใสยืดตามเรียวลิ้นที่ถอนออกจากกัน ใบหน้าขาวเจือด้วยสีแดงระเรื่อ ร่างสันทัดหอบหายใจถี่

“หัวหน้า...”

แจนพึมพำชื่อคนตรงหน้า ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มออกมา

“หมดแรงแล้วเหรอครับ”

เอเลนพูดดักคอราวกับรู้ใจแจน นัยน์ตาสีเขียวแข็งกร้าวเหมือนกับกำลังหึงอยู่ เอเลนไม่สบตากับแจนแม้แต่นิดเดียว...

...หึง? น่ารักดี...

แจนได้แต่พึมพำในใจเพียงลำพัง ก่อนจะโน้มไปมอบจุมพิตเบาๆให้กับเอเลนที่อยู่ด้านหลังของรีไว

“เรามาทำให้หัวหน้า ‘สุขสม’ กันเถอะ”

แจนคลี่ยิ้มหวานให้กับคนที่เขารัก เอเลนหลบตาแล้วขบกัดซอกคอของหัวหน้าต่อ มือเรียวของเอเลนค่อยๆไล้ไปยังกางเกง นิ้วสวยค่อยๆปลดออกอาภรณ์ส่วนล่างออก

“..เอเลน..”

รีไวครางชื่อคนที่กำลังรุกเขาอยู่อย่างแผ่วเบา ริมฝีปากบางกัดเม้มเข้าหากันจนเกิดห้อเลือด เอเลนพึงพอใจกับปฏิกิริยาของคนในอ้อมกอด

มือเรียวกุมส่วนอ่อนไหวของรีไวเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆขยับมันอย่างช้าๆ เรียกเสียงครางในลำคอของรีไวได้ไม่ยากนัก

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองสองร่างต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ได้ทำอะไร รอยยิ้มมีนัยน์คลี่ส่งให้คนทั้งสอง นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองอย่างไม่ใส่ใจ

เอเลนขยับมือเร่งเร้าเข้าไปอีก จนรีไวแทบอยากจะทรุดนั่งลง เสียงครางเบาหวิวออกมาเป็นระยะๆ

“อ๊ะ อือ... เอเลน...”

นัยน์ตาสีเทาคลอด้วยน้ำตาใส ใบหน้าแดงระเรื่อมากกว่าเดิม ...ร้อนเหมือนไข้จับ...

เอเลนขยับแกล้งหยอกเย้าคนที่ใกล้ถึงความใคร่เต็มที่ด้วยการหยุดกะทันหัน

“อ๊า!”

ได้ผลที่รีไวส่งเสียงครางหวานซ่านหูออกมาให้ได้ยิน ร่างสันทัดรีบเอามือมาปิดปากเอาไว้ แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เอเลนยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะรีบเร่งฝ่ามือเข้าไปอีก

“เป็นยังไงบ้างครับหัวหน้า อึก!!”

เอเลนชะงักไปเมื่ออยู่ๆก็มีมือมาสัมผัสที่บั้นท้ายของเขา นัยน์ตาสีเขียวตวัดหันมามองคนที่กำลังลวนลามอยู่

แจนส่งเหยียดยิ้มแทนคำพูดใดๆ มือใหญ่เค้นคลึงส่วนสะโพกของร่างโปร่งก่อนจะดึงเอาอาภรณ์ส่วนล่างของเอเลนออกไป

“...แจน...อย่า...”

เอเลนร้องประท้วงเมื่อแจนค่อยๆใช้นิ้วเรียวแทรกเข้าไปเปิดทางรัก ร่างโปร่งสั่นสะท้านทันที ส่วนรีไวที่ถูกปล่อยให้ค้างอยู่กลางอากาศก็หยิกแขนเอเลนแรงๆราวกับเรียกสติ

“...เร็วเข้าสิเจ้าหนู”

นัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบถูกส่งมาให้ เอเลนก้มลงซุกขบเม้มซอกคอขาว ฝ่ามืออุ่นกระชับส่วนอ่อนไหวอีกคนเอาไว้อีกครั้ง ก่อนขยับอย่างเป็นจังหวะเร่งเร้า

“อื้มมม...อ๊ะ”

รีไวข่มตาลงแล้วปล่อยให้เสียงหวานออกมาโดยไม่ปกปิดเหมือนเคย ในขณะที่เอเลนเองก็กำลังครางกระเส่าอยู่ข้างๆหูของเขา

“อื้อ..แจน..”

เอเลนครางชื่อคนที่กำลังกลั่นแกล้งด้วยปลายนิ้ว แจนคลี่ยิ้มอย่างพอใจกับผลลัพธ์ นิ้วเรียวยังคงขยับเน้นย้ำในช่องทางรักอยู่อย่างนั้น เอเลนยกสะโพกขึ้นราวกับตอบรับการขยับของนิ้ว

“แจนพอแล้ว...”

“...ของฉันมันยิ่งกว่านิ้วอีกนะ...”

แจนยิ้มพลางหัวเราะในลำคอ เอเลนพึมพำออกมาเบาๆด้วยใบหน้าแดงซ่าน

“..โรคจิต..”

ฝ่ามืออุ่นยังคงขยับถี่ รีไวกัดริมฝีปากเอาไว้ เปลือกตาปิดแน่น  ร่างสันทัดยกสะโพกสูงขึ้น

“อ๊า”

ถึงจุดสูงสุด นัยน์ตาสีเทาเหม่อลอย ร่างสันทัดฟุบลงกับพื้นอย่างสุขสม เอเลนคลี่ยิ้มบาง

“สุขสมพอไหมครับ หัวหน้า”

รีไวคลี่ยิ้มบางแทนคำตอบ ก่อนยันร่างมาสบตากับอีกคน

“...ดูถูก...”

ร่างสันทัดค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังเอเลน ก่อนจะค่อยๆกุมส่วนอ่อนไหวขึ้นมาพินิจ เล่นเอาเอเลนหน้าแดงหนักกว่าเก่า

“ฉันจะช่วยบ้าง”

ริมฝีปากบางขบเม้มที่ส่วนปลายอย่างชำนาญ เรียกเสียงครางจากร่างโปร่งได้ในทันที

เหมือนกับการแข่งขัน แจนค่อยๆถอนนิ้วออกแล้วซุกใบหน้าคมคายแทน เอเลนสะดุ้งสุดตัว

“อื้อ!!”

รีไวมองอย่างเคืองๆก่อนจะขยับริมฝีปากให้กลืนกินส่วนอ่อนไหวจนหมด แล้วขยับเร้าอารมณ์

เอเลนได้เพียงเอามือปิดปากไม่ให้เสียงน่าละอายเล็ดลอดออกมา ไม่นานนัก แจนก็ผละออกพร้อมๆกับรีไวที่ถอนริมฝีปากออกเช่นกัน

“อ...เอ๊ะ?”

เอเลนส่งเสียงประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆแจนก็เปลี่ยนให้เขามาคร่อม โดยเอเลนหันหน้าออก มือใหญ่คลึงสะโพกมน

“เจ็บหน่อยนะ...”

ก่อนจะดึงให้ร่างโปร่งหย่อนสะโพกลงมา

“อึก อ๊า!!”

เอเลนกรีดร้อง เมื่อส่วนแข็งขืนของคนด้านล่างแทรกผ่านช่องทางรักเข้ามา ทั้งคู่นิ่งงันไปชั่วครู่ แจนลอบถอนหายใจยาว

“อย่าเกร็งสิ...”

“ไอ้บ้า เจ็บขนาดนี้...”

บ่นอุบขณะที่น้ำตาใสเล็ดออกมา เอเลนนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด ก่อนจะขยับตัวให้เข้าที่เข้าทาง

“..จะขยับแล้วนะ”

“อะ...อื้อ!”

เอเลนครางเสียงหวานซ่านออกมาทันทีเมื่อแจนค่อยๆขยับสะโพกให้คนร่างด้านบนไหวไปตามจังหวะ เอเลนขยับไปได้ครู่หนึ่งร่างสันทัดก็เข้ามาใกล้ แจนหยุดนิ่งไปเพื่อดูการกระทำของอีกคน

รีไวขยับกายบางคร่อมร่างเอเลน ก่อนจะขยับส่วนอ่อนไหวของเอเลนแทรกผ่านช่องทางรักของตน

“...!”

รีไวนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อได้ที่จึงถอนหายใจเบาๆ นัยน์ตาคมปลาบจ้องมองแจนที่อยู่ด้านล่างสุด

“...ขยับสิ”

สิ้นคำสั่ง แจนก็ค่อยๆกระแทกเบาๆ เอเลนขยับกายตามอย่างคล่องแคล่ว รีไวก็เช่นกัน...

..สามร่างกำลังร่ายบทเพลงรักรุ่นร้อนอยู่อย่างเนิ่นนาน หลากหลายท่าร่ายรำที่แทบจะหลอมหลวมให้ทั้งสามเป็นหนึ่งเดียว เสียงที่ไพเราะ อุณหภูมิที่สูงขึ้นแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน...

...เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว...

...ไม่มีใครรู้...

 

เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆกะพริบเปิดกว้างพอรับแสงเข้าสู่นัยน์ตาได้ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเทาเลื่อนลอยจากความเหนื่อยล้า ร่างสันทัดยันกายขึ้นนั่งอย่างอ่อนแรง เสื้อคลุมสีเขียวที่มีบางคนคลุมให้เขาพับร่นลงมากองที่หน้าตัก นัยน์ตาสีเทาพินิจบริเวณลำตัวและหัวไหล่ที่เต็มไปด้วยจ้ำแดงและรอยขบกัด เขาถอนหายใจเงียบๆ

ร่างสันทัดเปลี่ยนมานั่งชันเข่า ขยับตัวก็พบว่ามีของเหลวสีขาวหนืดอยู่ที่ระหว่างขา นิ้วเรียวสัมผัสมันอย่างไม่ขยะแขยง นัยน์ตาสีเทาเหม่อลอยออกไป

...นี่เขาทำอะไรอยู่...

ใบหน้านิ่งสงบหันไปมองคนที่อยู่ข้างกายก็พบว่า เอเลนกำลังหลับตาพริ้มอย่างอ่อนเพลีย เรือนร่างขาวผ่องเต็มไปด้วยรอยรักมากมายเช่นเดียวกับเขา ลมหายใจสม่ำเสมอสื่อว่ากำลังหลับลึก

..หลับในอ้อมกอดของคนอีกคน...

เอเลนขดตัวในอ้อมกอดแข็งแกร่งของแจนที่กำลังหลับอยู่เช่นกัน ทั้งคู่กอดกันราวกับไม่อยากให้ใครมาแยกออกจากกัน

...หัวใจของรีไวราวกับโดนแรงบีบมหาศาล...

รีไวนั่งกุมขมับแล้วนึกทบทวนอยู่เพียงลำพัง เปลือกตาปิดแน่น คิ้วขมวดเข้าหากัน

...ทั้งๆที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันแต่กลับไม่มีความสุขสักนิด...

...เมื่อมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีเขียวคู่สวยนั้นแล้ว ก็ไม่เห็นเงาของเขาเลยสักนิด...

...เอเลนมองเพียงแจนเท่านั้น...

คิดได้เท่านั้นน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาอย่างหยุดไม่ได้ รีไวไม่เข้าใจว่ามันมาจากไหน หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว? หรือเป็นเพราะเขารักเอเลนมากจนเสียสติ?

ขณะที่ในหัวมีแต่คำว่า “ทำไม? เพราะอะไร?” ดังก้องอยู่ภายใน กลับมีภาพของชายคนหนึ่งแล่นปลาบเข้ามา

...ร่างสูงแกร่ง ผมสีทองที่หวีจนเรียบแปล้ นัยน์ตาสีอ่อนที่อ่อนโยนทุกครั้งที่จ้องมองเขา อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น...

“...เอล...เอลวิน...”

รีไวชะงักค้างพร้อมพึมพำชื่อของคนในมโนจิตออกมา สมองของเขาฉายภาพในอดีตราวกับดูภาพยนตร์

..มันเป็นช่วงเวลาที่เขาดื่มด่ำกับคำว่าความรักครั้งแรกในชีวิต...

...มันเป็นช่วงเวลาที่หัวใจราวกับได้เติมเต็ม...

...มันเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ...

ภาพในอดีตหยุดลงที่เขาพูดบางอย่างกับเอลวิน

“เราเลิกกันเถอะ ฉันมีรักใหม่แล้ว”

จำได้ชัดเจนว่าใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมอยู่เป็นประจำ ยังคงสงบอยู่อย่างนั้น เว้นแต่นัยน์ตาสีอ่อนคู่นั้นที่ไหววูบ และน้ำใสที่คลอออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เป็นไร”

เป็นคำพูดสุดท้ายในวันนั้นของเอลวิน ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะหันหลังให้กัน

...หันหลังให้กันไปตลอดกาล...

“ฉัน...ขอโทษ...เอเลวิน...”

“ฉัน....”

รีไวพึมพำเสียงแผ่วเบาและสั่นเครือ น้ำตายังไหลไม่หยุด

...ทำไมต้องคิดถึงนายในเวลาแบบนี้...

...ทำไมต้องเป็นนายที่อยู่ในใจฉันตลอดมา...

“ฉัน...ขอโทษ...”

จู่ๆประตูโกดังก็เปิดออกอย่างช้าๆ รีไวสะดุ้งสุดตัว รนรานหาสิ่งที่จะมาปิดบังร่างกายของเขาได้ในเวลานี้ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อหันไปข้างตัวแล้วไม่พบอีกสองร่างที่อยู่ข้างกายเขา นัยน์ตาสีเทาฉายแววฉงนแต่ก็ไม่ใส่เท่าไหร่

...เพราะถ้ามีคนมาเห็นเขาตอนนี้ เขาต้องอยากกระโดดเข้าปากไททันแน่ๆ...

แอ๊ด...

บานประตูเปิดผ่างออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่แสนคุ้นเคย รีไวเผลอครางชื่อนั้นออกมา

“...เอลวิน...?”

“รีไว!?”

เสียงประหลาดใจของเอลวินดังขึ้น นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างเมื่อเห็นรีไวอยู่ในสภาพนี้ เมื่อย่างเข้าไปใกล้ ร่างสันทัดก็โผกอดร่างสูงอย่างไม่สนใจสิ่งใด

“เอลวิน...ฉันขอโทษ...ฉัน...”

รีไวปล่อยโฮออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ความเยือกเย็นหายไปหมดแล้วในเวลานี้ ราวกับเขากลับไปเป็นเด็กน้อยขี้แย และต้องการความอบอุ่นมากมายจากคนตรงหน้า

เอลวินประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะยกมือใหญ่แสนอบอุ่นนั้นมาลูบเรือนผมสีดำอย่างเบามือ ริมฝีปากยกยิ้มอบอุ่น

“ไม่เป็นไรแล้วนะ...”

รีไวปาดน้ำตาออก ก่อนสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง เปลือกตายังคงปิดสนิทราวกับทบทวนความรู้สึกตัวเอง เมื่อมันเผยอขึ้นก็เผยนัยน์ตาสีเทาเยือกเย็นดั่งเดิม

“เอลวิน...”

น้ำเสียงที่ยังสั่นเครือน้อยๆพูดแผ่วเบา เอลวินรอฟังประโยคต่อจากนี้อย่างตั้งใจ ทุกสุรเสียงเงียบสงบ แม้แต้พระพายยังไม่พัดผ่าน... รีไวพูดอย่างหนักแน่น...

“ฉันรักนาย”

 .

 .

 .

 .

 .

 .

 .

 .

 .

“เราทำแบบนี้ดีแล้วใช่ไหม”

เสียงนุ่มถามอีกคนที่กำลังอ้าปากหาววอดๆ

“เออ กำจัดเสี้ยนหนาม เอ๊ย! ให้คนสมหวังในรักมันดีกว่าเห็นๆ”

เสียงทุ้มกวนๆตอบกลับอย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบสบกับนัยน์ตาสีเขียวเป็นประกายคู่นั้น

“ต้องขอบคุณที่หัวหน้าเอลวินเดินผ่านมาพอดีละนะ...”

ตอนนี้แจนและเอเลนออกมานั่งคุยกันบริเวณริมป่าเงียบสงบที่ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมามากนัก

เอเลนถอนหายใจเบาๆ อันที่จริง พวกเขาทั้งคู่ตื่นก่อนรีไวเสียอีก...

“ก็นะ คู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอก”

แจนพูดพลางยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะหยอกเย้าอีกคน

“เหมือนพวกเราไง”

ทำหน้าทะเล้นใส่คนข้างตัว เอเลนยกมือขึ้นฟาดแขนอีกคนเต็มเหนี่ยว

“พูดบ้าอะไรเล่า”

ใบหน้าสีขาวฉาบด้วยสีแดง ยิ่งขับให้มันน่าดูเข้าไปอีก แจนจ้องมองอย่างเผลอไผล

“ไม่ได้พูดบ้าซักหน่อย ฉันพูดตอนไหนวะ”

แจนพูดอย่างขำๆ เอเลนถองศอกเข้าไปอีกที

“พอเลย! ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันไปล่ะ”

เอเลนหมุนตัวหวังจะเดินจากอีกคนไป แจนรั้งร่างโปร่งบางด้วยอ้อมกอดอบอุ่น

“ปล่อยนะเว้ยไอ้บ้า”

เอเลนดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดนั้น ปากก็โวยวายไปด้วย แจนตะโกนเรียกสติคนในอ้อมกอด

“เอเลน! หยุดสิวะ!”

ได้ผลร่างโปร่งบางหยุดขยับกายทันที นัยน์ตาสีเขียวฉายแววงุนงง

“...ฉันชอบนาย”

แจนพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง เอเลนหลุบมองพื้นดิน ซ่อนใบหน้าแดงซ่านร้อนผ่าว

“...ได้ยินแล้ว เมื่อคืนนี้...”

พึมพำออกมาเบาๆ แจนซุกที่ลาดไหล่บางนั้น

“ให้คำตอบฉันสิ นายคิดยังไงกับฉัน?”

ทั่วบริเวณสงบเงียบ ไร้เสียงตอบรับใดๆจากคนในอ้อมกอด

“นะ บอกหน่อยนะ!”

แจนกะเง้ากะงอดเหมือนเด็กๆ เอเลนเบ้ปาก

“ไม่น่ารักซักนิด”

ตีคนที่สวมกอดเบาๆ แจนแสร้งนิ่วหน้าเจ็บปวด เอเลนถอนหายใจยาวก่อนจะออกจากอ้อมกอดอีกคนมายืนตรงหน้า

นัยน์ตาสองคู่สบประสานกันแน่วแน่ เอเลนจับมือทั้งสองข้างอีกคนไว้

“...ฉันก็ชอบนาย!”

รอยยิ้มสดใสฉายชัดบนใบหน้าคมคาย แจนวิ่งไปยืนบนโขดหินเตี้ยๆที่อยู่ใกล้ๆพวกเขาทั้งสองคน

ตอนนี้แจนอยู่ในท่าทำความเคารพ กำปั้นมือขวาแนบอกซ้ายบริเวณหัวใจ มือซ้ายไพร่หลัง อกยืดตรงสวยงาม

“ผม! แจน กิลชูไตน์! ทหารฝึกหัดรุ่น104 สังกัดทีมสำรวจ! ขอปฏิญาณตน...ว่าหัวใจดวงนี้! จะมีเพียงนายคนเดียว เอเลน เยเกอร์!!”

น้ำเสียงจริงจังตะโกนออกมาจนสุดปอด เอเลนยืนเอ๋ออยู่อย่างนั้น ใบหน้าคมคายแย้มยิ้มร่าออกมา แจนกระโดดลงมาจากโขดหินก่อนจะสวมกอดคนที่จิตหลุดไปแล้ว

“เราจะเดินไปด้วยกันนะเอเลน จากนี้...และตลอดไป...”

ลอบหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ เอเลนที่ได้สติแล้วก็หน้าแดงซ่านทันที ร่างโปร่งางซุกในอ้อมกอดอีกคน

“อื้ม จากนี้...และตลอดไป...”

 
 
 
 
FIN

**************************************
 
อ๊ากกกกกกกก
 
ขอหนุนสครีมหน่อยเถอะค่ะ พอดีตอนสองเผามาก
ไม่ได้ตรวจทานเลย พิมพ์ไปเมาไป
เล่นทวิตไป แต่งไป
 
ดีนะเอเลนไม่ร้องฮี้กั่บๆ
 
 
 
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ!! ได้แรงขับดันกันไม่ให้อู้จากเพื่อนๆหลายคน
ขอบคุณเพื่อนๆในทวิตด้วย 5555555
เกือบทำให้เป็นฟิคตลกไปแล้ว
...... #จุดจุด
 
 
หวังว่าคงได้เจอกันครั้งหน้าถ้ามีโอกาสนะคะ!!
ตอนนี้ก็ขอตัวก่อนละค่ะ //ควบม้ากลับทวิต
 
 
 
ปล. สำหรับคนที่จะตามฟอลความเสื่อมล้ำซั่มแจนของเราก็ตามได้ที่ @Kurohane1 นะคะ ในทวิตเตอร์!
ปล2. กำลังคิดว่าจะมีตอนแถมสำหรับเรื่องคอมเพล็กซ์ ถ้าเราไม่ขี้เกียจนะคะ! //ขำ
 
 

edit @ 19 Jun 2013 21:07:17 by [[oOKurobaneOo]]

Comment

Comment:

Tweet

โฮกกกก เม้นได้แล้วววว
#ประโยคเดิมและการสครีมแบบเดิมๆ..
โฮกกกกกกกกกก ฉากเรทไม่กร๊าวเท่าแจน!!
อ่าาาาาาา ประโยคนั่นคืออะไรรรรรรร
ฮือออออ แจนน่ารักที่สุดดดดดดดด //กัดผ้าเช็ดหน้า 
ดาเมจรุนแรงมากค่ะหนุนซัง..เราจะเพิ่มคู่เมนอีกแล้วค่ะ..  
แล้วเอลวินซัง กล้านะคะ..ที่บอกเลิกเฮย์โจว....
ฮึ่ย ดูสิ..แจนเลยต้องเดือดร้อนมาสานสัมพันธ์ให้...
สุดท้ายนี้..หนุนซังค่ะ..
ฮี้กั่บบบบบบๆ มอออออออ มรี้ย์มรี้ยยยยยยย์

#2 By Mi-U on 2013-06-20 20:20

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แซนวิชชชชชชชชชชชชชชชชชชชชชชช
จบน่ารักมาก  ชอบตอนแจนทำท่าทำความเคารพมาก เอร้ยยยยยยย  เมะมากเบยยย>/////<
เฮย์โจ๊ววววววววววววววว แอบสงสารนิดๆฮืออ
แต่แบบกับเอลวินน่ารักกกกกก เอร้ยยย
อ่านไปเขินไป -/////- //โดนพี่หนุนเตะ

#1 By ~[::werrian::]~ on 2013-06-19 22:04

Categories