[FanFic]SNK-Complex #1-

posted on 15 Jun 2013 21:35 by kurohane
อะเฟี้ยวววว----
 
//เหาะทรีดีเกียร์เข้ามา
 
สวัสดีค่ะทุกท่าน

ตอนนี้หนุนติดไททันจริงจังเลยค่ะ
 
ครั้งแรกว่าจะไม่ติดแล้ว ไม่น่าเล่นทวิตเลยค่ะ (ฮือ)
ในทวิตคือ...กองอวยเยอะมากกกกกกกก
 
แซะกันทั้งวัน สนุกสนาน ร่าเริง 555555
 
จุดจุดจุด
 
อารัมภบทมาไม่ได้เกี่ยวกับฟิคเล้ยยยยย
 
สำหรับฟิคนี้หนุนจะแบ่งเป็น 2พาร์ท นะคะทุกท่าน
(ทั้งๆที่คิดว่าพาร์ทเดียวอยู่ แต่ว่าเอาไม่อยู่แหะ)
 
ตามที่คิดไว้ คืออยากแต่งรักสามเศร้าค่ะ
แจนxรีไวxเอเลน
 
เนื้อเรื่องจะยุ่งเหยิงนิดหน่อยเพราะความที่ว่าอวยหลายคู่
แล้วอยากลองแต่งให้มันซับซ้อนมั่ง ท้าทายดีค่ะ
ปกติไม่ชอบแต่งแต่ชอบอ่าน อิอิกำ

อา...พูดไม่ถูกเหมือนกันว่าฟิคนี้อารมณ์ไหน
เอาเป็นว่า...ลองอ่านกันเองดีกว่าเนอะ!
 
 
 
***********************************************
 
Title :: COMPLEX
Pairing :: Jean x Levi x Eren (?)
Shingeki no Kyojin 
Author :: Kurobane
 

“วันนี้เลิกการฝึกเท่านี้”

เสียงดังเข้มแข็งสมกับร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าคนปัจจุบันผู้มีผมสีทองที่ถูกหวีจนเรียบแปล้ตั้งแต่เช้าจนพระอาทิตย์ตกดิน นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองเหล่าทหารที่กำลังอยู่ในท่าทำความเคารพ

“ฮ่า!”

ทุกเสียงตอบรับเมื่อสิ้นคำหัวหน้าร่างสูงใหญ่ กองกำลังทหารอันน้อยนิดของทีมสำรวจเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก นัยน์ตาสีอ่อนยังคงมองจนทุกคนเดินไปจนหมด ในลานกว้างมีเพียงคนสามคน เอลวิน รีไว และฮันซี

...นี่เป็นเรื่องหลังจากความวุ่นวายเพราะพวกไททันจบลง...

“รีไว จากนี้นายจะไปไหนต่อ”

ร่างสันทัดความสูงเพียงไหล่เอลวินนั้นส่ายหัวไปมา

“ไม่รู้”

“ไปคุยกันต่อไหม”

เอลวินเอ่ยถาม แต่ไม่ทันที่รีไวจะตอบ เสียงกระแอมจากสาวอีกคนก็ดังขึ้น

“อะแฮ่ม ป้อกันไม่เกรงใจสาวเลยนะเอลวิน”

พลางหัวเราะคิกคักเมื่อใบหน้าของเอลวินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ในขณะที่รีไวเอาแต่ทอดสายตามองออกไปทางอื่น

“? รีไว นายเป็นอะไรไป”

ฮันซีดึงสติของอีกคนกลับมา รีไวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไป

“เปล่า ฉันขอตัวก่อน”
เอลวินทำท่าเหมือนจะยกมือมารั้งอีกคนไว้ แต่ก็ไม่ทำมันเสียอย่างนั้น

“ไปดีมาดี”

เมื่อร่างสันทัดเดินไปจนลับตา ฮันซีก็ถอนหายใจเบาๆ

“ทำไมไม่รั้งไว้ล่ะ”
ไม่มีการตอบรับจากคนข้างกาย ฮันซีเหมือนกับตอกย้ำอีกครั้งเข้ากลางใจ

“เดี๋ยวก็หลุดมือไปอีกหรอก”

เอลวินเจ็บแปลบ ...ใช่ เขาเสียรีไวไปแล้ว ให้กับหมอนั่น เอเลน เยเกอร์

...เขาได้แต่เก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้เพียงลำพัง...

 

เสียงเฮฮาเอ็ดตะโรดังลั่นบริเวณที่พักของสมาชิกทีมสำรวจ เสียงดนตรีขับกล่อมเบาๆสร้างความรื่นรมย์ไม่น้อย สุราถูกรินลงแก้วแล้วยื่นส่งไปให้หลายต่อหลายคน ความสงบสุขที่ห่างหายไปนานในรอบ10ปี

“เอเลน อีกแก้วสิวะ”

“แจน แกอย่าแพ้นะเว้ย”

เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ทหารนับสิบรุมล้อมรอบโต๊ะกินข้าวที่มีคนสองคนกำลังซดน้ำเมาราวกับน้ำเปล่า

“เอามาอีกสิวะ!”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากเอเลนที่เพิ่งกระเดือกเบียร์แก้วใหญ่จนหมดไปเมื่อครู่ คู่แข่งที่กำลังซดจนหมดตามมาติดๆ ชายตามองแล้วแสยะยิ้ม

“อย่าได้ใจไป เอเลน คืนนี้ฉันจะต้องชนะ เอามาอีกแก้ว!”

แก้วเบียร์ถูกส่งให้คนสองคนอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มคนอื่นส่งเสียเชียร์ บางคนถึงกับวางพนันเล็กๆน้อยๆเลยทีเดียว

“เฮ้ย พวกแก กินเข้าไปขนาดนั้นเดี๋ยวตับแข็งหรอก ไอ้พวกบ้า”
หนุ่มไร้ผม โคนี่ สปริงเกอร์ พูดเย้าหยอกพลางหัวเราะขบขัน  แจนยิ้มเยาะหลังกินหมดไปอีกแก้ว

“ไม่หรอกโว้ย ฉันแข็งแรงดี ..คนที่เป็นน่ะ ไอ้บ้านี่มากกว่า”

พลางมองไปที่เอเลนที่กำลังซดเบียร์ลงคออย่างไม่ใส่ใจ ร่างบางกว่าไหวไหล่

“เหอะ ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเหอะ แต่คืนนี้มาตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่าแจน”

“อยากตายเร็วไม่เปลี่ยนเลยนะแก” แจนยิ้มเยาะ เอเลนกระตุกยิ้มเช่นกัน

“แต่ก็ยังไม่ตายใช่ไหมล่ะ?”

การแข็งขันยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งกลุ่มผู้หญิงเริ่มทยอยกันมาให้ความสนใจกับความคึกคะนองของชายฉกรรจ์

“เอ่อ แข่งแบบนี้จะได้อะไรเหรอ? เสียสุขภาพนะ”

หญิงสาวร่างเล็กผมทอง นางฟ้าหนึ่งเดียวในค่ายทหารพูดขึ้นด้วยท่าทีเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง นานๆที”

อาร์มิน ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาน่ารักละม้ายคล้ายสตรีตอบขึ้น คริสต้ายังทำหน้าเป็นห่วงอยู่ดี

“เชื่ออาร์มินเถอะน่ายัยบ้า”

สิ้นคำพูดจากคนข้างตัวของคริสต้า มะเหงกถูกส่งลงบนเรือนผมสีทองเบาๆ

“ยูมิล อย่าทำแบบนี้สิ...”

“เป็นห่วงคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะเธอเนี่ย พอซักทีเถอะ”

ยูมิลบ่นพึมพำ คริสต้ามุ่ยหน้าเล็กน้อย “ก็...ไม่อยากเสียพวกพ้องไปแล้วนี่นา”

ยูมิลถึงกับขำก๊าก แล้วตบหลังคนตัวเล็กกว่าป้าบๆ

“จะบ้ารึไง แค่กินเบียร์ไม่ทำให้ตายหรอกน่า...”

“แหวะ....”
ยังไม่ทันสิ้นประโยคของยูมิล เสียงอาเจียนก็ดังขึ้นใกล้ๆ เสียงเฮของเหล่าผู้ชมที่ดูเหมือนจะรู้ผลแพ้ชนะแล้ว เสียงโฮ่ร้องมีทั้งปิติและผิดหวัง เมื่อเงินพนันโดนกวาดไป และบ้างก็ได้เงินมาฟรีๆ

...และส่วนใหญ่ดูเหมือนจะโดนกิน...

เพราะใครจะไปเชื่อว่าฝ่ายที่กำลังก้มหน้าอาเจียนอยู่คือ แจน กิลชูไตน์ บุรุษผู้หยิ่งผยอง และแสนจะหลงตัวเอง เอเลนเหยียดยิ้มเยาะเย้ยอย่างสมแก่ใจ

“ไงล่ะ ไอ้เบื๊อกเอ๊ย แกสู้ฉันไม่ได้หรอก”

คนที่วางพนันด้านเอเลน(ซึ่งมีอยู่น้อยนิด)ส่งเสียงเฮอย่างดีใจเมื่อค่ำคืนนี้พวกเขาได้กอบโกยเงินได้เป็นจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ แจนกัดฟันกรอดก่อนจะลุกขึ้นยิ้มเหยียดหยาม

“ต่อให้โว้ย”

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ”

เอเลนยิ้มเยาะ เรียกน้ำโหจากแจนได้เป็นอย่างดี ร่างสูงพุ่งเข้ากระชากเสื้ออีกฝ่ายทันที เอเลนส่ายหัวอย่างระอา

“ขี้แพ้ชวนตี”

“เออ แกมันน่าหมั่นไส้เอเลน ขอต่อยแกซักทีได้มะ”

แจนเบียดกายเข้าไปใกล้ๆ แล้วก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงขู่ฆ่า แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เอเลนเกร็งตัวนิ่ง ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วเพราะฤทธิ์สุรา จู่ๆก็ยิ่งแดงกว่าเดิม เรียกความฉงนจากแจนได้ไม่น้อย

“เป็นอะไรของแก”

ผละอีกร่างออก แล้วยกยิ้มเยาะเย้ย

“จะอ้วกล่ะสิท่า ไอ้อ่อน”

กลั้วหัวเราะกับท่าทีสงบของอีกฝ่าย เอเลนไม่ตอบอะไรนอกจากกระชากร่างสูงออกจากโต๊ะอาหารและฝูงคน แจนโวยวายตลอดทางที่โดนลากมา เอเลนเหวี่ยงร่างแกร่งติดกับผนังไม้แข็งแรง แจนถึงกับจุกเบาๆ ใบหน้าคมคายเบ้หน้าอย่างเจ็บปวด

“แกทำอะไรวะเอเลน...”

ถึงกับชะงักเมื่อร่างบางกว่าเบียดกายมาใกล้ ปลายนิ้วเย็นสัมผัสใบหน้าร้อนระอุของแจน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย เสียงนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ

“...ไม่ไหวแล้วแจน ช่วยทีสิ...”

เบียดกายบางแนบชิดจนหาช่องว่างไม่เจอ ส่วนอ่อนไหวเบียดกันอย่างพอดิบพอดียิ่งทำเอาคนร่างสูงกว่าตัวแข็งทื่อ แจนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

...ไอ้ห่านี่ เล่นเอาสร่างเลยหวะ...

“เอเลน แกเมามากแล้วนะ ไปอาบน้ำซะ”

ดันร่างบางออกเบาๆ แล้วเมินหน้าหนี เอเลนโถมตัวเข้าหาอีกครั้งแล้วใช้มือเรียวทั้งสองข้างจับแก้มอีกฝ่าย

“งั้น...แจนมาอาบให้หน่อยสิ”

แจนดันออกสุดแรง และหมุนตัวหนีทันที

“ไม่โว้ย! แกมัน...วิปริตไปแล้วเอเลน! ถ้าจะแกล้งแบบนี้มันไม่สนุกนะโว้ย ไอ้บ้า!”

ร่างสูงแกร่งต่อว่าอย่างเหลืออดเสร็จก็รีบเดินหนีออกมาทันที มือข้างหนึ่งก็เอาแต่ยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด

...หงุดหงิดที่ตัวเองดันหวั่นไหวกับท่าทีของเจ้านั่น!...

 

“...วิปริต...เหรอ?”

เอเลนทวนคำเบาๆเพียงลำพัง รอยยิ้มอ่อนหวานระบายออกมาที่ริมฝีปากสวยนั่น นัยน์ตาสีเขียวทอประกายอย่างมีเลศนัยน์

“...นายมันก็วิปริตเหมือนกันแหละแจน ฉันจะพิสูจน์ให้ดูเอง”

เอเลนพึมพำเบาๆ แล้วยกยิ้มอย่างมีความสุข

“เอเลน! มาอยู่นี่เอง กลับกันเถอะ!”

เสียงใสของอาร์มินดังขึ้นอีกด้าน เอเลนสะดุ้งสุดตัว เหมือนสติสัมปชัญญะจะกลับมาหาเขาแล้ว

...นี่เขาทำอะไรลงไปเนี่ย!!?...

ยืนหน้าแดงเพียงลำพัง ก่อนที่อาร์มินและมิคาสะจะเดินเข้ามาใกล้เขา

“เอเลน อยู่ๆก็ลากแจนมา ทำไมเหรอ? มีเรื่องกันอีกแล้วล่ะสิ?”

มิคาสะยิงคำถามอย่างเป็นห่วง เอเลนเลิ่กลั่กก่อนส่ายหน้าไปมา แล้วดีดหน้าผากหญิงสาวเบาๆหนึ่งที

“ฉันโตแล้วน่า จะไปมีเรื่องแบบนั้นได้ไง จริงไหม?”

รอยยิ้มแหยๆถูกส่งให้ แต่มิคาสะถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที นัยน์ตาสีดำคู่สวยหลุบต่ำ

“ก็...เป็นห่วง...”

เอเลนขำออกมาเล็กน้อยกับท่าทีของหญิงสาวแล้วลูบผมอีกคน

“ไม่ต้องคิดถึงเรื่องของฉันมากก็ได้น่ามิคาสะ”

มิคาสะส่ายหน้าไปมา “ทำไม่ได้หรอก!”

“ขอบใจแล้วกัน”

สองมือของเอเลนจัดแจงผ้าพันคอสีแดงที่มิคาสะพันไว้อยู่เป็นประจำ มันทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อก่อนเสมอ

...แต่ถึงยังไงเขาก็คิดกับมิคาสะได้เพียงคนในครอบครัวเท่านั้น...

“เอ่อ มิคาสะ เธอรีบกลับเถอะนะ ครูฝึกเรียกพวกผู้หญิงแล้ว”

อาร์มินพูดขึ้นพลางชี้ไปทางกลุ่มสาวๆที่กำลังทยอยกันเข้าที่พัก มิคาสะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วโบกมือลาเพื่อนทั้งสองคน

“ฝันดีนะทั้งสองคน เจอกันพรุ่งนี้”

“อื้ม ฝันดีนะ”

เอเลนและอาร์มินโบกมือให้เพื่อนสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไป เมื่อลับสายตาไปแล้วนัยน์ตสีฟ้าใสก็หันมาสบกับนัยน์ตาสีเขียวอย่างเป็นห่วง

“มีเรื่องกับแจนหรอ”

“เปล่าหรอก ไม่ต้องห่วงหรอกอาร์มิน”

เอเลนส่งยิ้มน้อยๆให้ เขาพอจะรู้ว่าเพื่อนของเขาก็แอบมีใจให้กับแจน เขาไม่ควรพูดว่าเกิดอะไรขึ้น...

 “...ไม่ห่วงได้ไงล่ะ เรื่องของนายนะ”

เอเลนยิ้มแหยก่อนถอนหายใจเบาๆกับกริยาของเพื่อนสมัยเด็ก มือเรียวยกขึ้นลูบเส้นผมสีทองนั่นเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า นายกังวลเกินไปแล้ว”

นัยน์ตาสีฟ้าส่งความรู้สึกกระหายใคร่รู้อย่างเด่นชัดมากขึ้นทุกที ริมฝีปากน่ารักนั่นก็ด้วย...มันเม้มเข้าหากันราวกับข่มไม่ให้พูดความจริงออกมา

เอเลนตัดสินใจหมุนตัวแล้วเดินออกจากอาร์มิน ทันที “ขอตัวก่อนนะ รู้สึกมึนๆ...”

แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็โดนมือเล็กๆรั้งไว้ที่แขน เมื่อหันกลับมาก็เจอใบหน้าจริงจังของอาร์มิน

“เอเลน...นาย