[FanFic]SNK-Complex #1-

posted on 15 Jun 2013 21:35 by kurohane
อะเฟี้ยวววว----
 
//เหาะทรีดีเกียร์เข้ามา
 
สวัสดีค่ะทุกท่าน

ตอนนี้หนุนติดไททันจริงจังเลยค่ะ
 
ครั้งแรกว่าจะไม่ติดแล้ว ไม่น่าเล่นทวิตเลยค่ะ (ฮือ)
ในทวิตคือ...กองอวยเยอะมากกกกกกกก
 
แซะกันทั้งวัน สนุกสนาน ร่าเริง 555555
 
จุดจุดจุด
 
อารัมภบทมาไม่ได้เกี่ยวกับฟิคเล้ยยยยย
 
สำหรับฟิคนี้หนุนจะแบ่งเป็น 2พาร์ท นะคะทุกท่าน
(ทั้งๆที่คิดว่าพาร์ทเดียวอยู่ แต่ว่าเอาไม่อยู่แหะ)
 
ตามที่คิดไว้ คืออยากแต่งรักสามเศร้าค่ะ
แจนxรีไวxเอเลน
 
เนื้อเรื่องจะยุ่งเหยิงนิดหน่อยเพราะความที่ว่าอวยหลายคู่
แล้วอยากลองแต่งให้มันซับซ้อนมั่ง ท้าทายดีค่ะ
ปกติไม่ชอบแต่งแต่ชอบอ่าน อิอิกำ

อา...พูดไม่ถูกเหมือนกันว่าฟิคนี้อารมณ์ไหน
เอาเป็นว่า...ลองอ่านกันเองดีกว่าเนอะ!
 
 
 
***********************************************
 
Title :: COMPLEX
Pairing :: Jean x Levi x Eren (?)
Shingeki no Kyojin 
Author :: Kurobane
 

“วันนี้เลิกการฝึกเท่านี้”

เสียงดังเข้มแข็งสมกับร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าคนปัจจุบันผู้มีผมสีทองที่ถูกหวีจนเรียบแปล้ตั้งแต่เช้าจนพระอาทิตย์ตกดิน นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองเหล่าทหารที่กำลังอยู่ในท่าทำความเคารพ

“ฮ่า!”

ทุกเสียงตอบรับเมื่อสิ้นคำหัวหน้าร่างสูงใหญ่ กองกำลังทหารอันน้อยนิดของทีมสำรวจเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก นัยน์ตาสีอ่อนยังคงมองจนทุกคนเดินไปจนหมด ในลานกว้างมีเพียงคนสามคน เอลวิน รีไว และฮันซี

...นี่เป็นเรื่องหลังจากความวุ่นวายเพราะพวกไททันจบลง...

“รีไว จากนี้นายจะไปไหนต่อ”

ร่างสันทัดความสูงเพียงไหล่เอลวินนั้นส่ายหัวไปมา

“ไม่รู้”

“ไปคุยกันต่อไหม”

เอลวินเอ่ยถาม แต่ไม่ทันที่รีไวจะตอบ เสียงกระแอมจากสาวอีกคนก็ดังขึ้น

“อะแฮ่ม ป้อกันไม่เกรงใจสาวเลยนะเอลวิน”

พลางหัวเราะคิกคักเมื่อใบหน้าของเอลวินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ในขณะที่รีไวเอาแต่ทอดสายตามองออกไปทางอื่น

“? รีไว นายเป็นอะไรไป”

ฮันซีดึงสติของอีกคนกลับมา รีไวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไป

“เปล่า ฉันขอตัวก่อน”
เอลวินทำท่าเหมือนจะยกมือมารั้งอีกคนไว้ แต่ก็ไม่ทำมันเสียอย่างนั้น

“ไปดีมาดี”

เมื่อร่างสันทัดเดินไปจนลับตา ฮันซีก็ถอนหายใจเบาๆ

“ทำไมไม่รั้งไว้ล่ะ”
ไม่มีการตอบรับจากคนข้างกาย ฮันซีเหมือนกับตอกย้ำอีกครั้งเข้ากลางใจ

“เดี๋ยวก็หลุดมือไปอีกหรอก”

เอลวินเจ็บแปลบ ...ใช่ เขาเสียรีไวไปแล้ว ให้กับหมอนั่น เอเลน เยเกอร์

...เขาได้แต่เก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้เพียงลำพัง...

 

เสียงเฮฮาเอ็ดตะโรดังลั่นบริเวณที่พักของสมาชิกทีมสำรวจ เสียงดนตรีขับกล่อมเบาๆสร้างความรื่นรมย์ไม่น้อย สุราถูกรินลงแก้วแล้วยื่นส่งไปให้หลายต่อหลายคน ความสงบสุขที่ห่างหายไปนานในรอบ10ปี

“เอเลน อีกแก้วสิวะ”

“แจน แกอย่าแพ้นะเว้ย”

เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ทหารนับสิบรุมล้อมรอบโต๊ะกินข้าวที่มีคนสองคนกำลังซดน้ำเมาราวกับน้ำเปล่า

“เอามาอีกสิวะ!”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากเอเลนที่เพิ่งกระเดือกเบียร์แก้วใหญ่จนหมดไปเมื่อครู่ คู่แข่งที่กำลังซดจนหมดตามมาติดๆ ชายตามองแล้วแสยะยิ้ม

“อย่าได้ใจไป เอเลน คืนนี้ฉันจะต้องชนะ เอามาอีกแก้ว!”

แก้วเบียร์ถูกส่งให้คนสองคนอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มคนอื่นส่งเสียเชียร์ บางคนถึงกับวางพนันเล็กๆน้อยๆเลยทีเดียว

“เฮ้ย พวกแก กินเข้าไปขนาดนั้นเดี๋ยวตับแข็งหรอก ไอ้พวกบ้า”
หนุ่มไร้ผม โคนี่ สปริงเกอร์ พูดเย้าหยอกพลางหัวเราะขบขัน  แจนยิ้มเยาะหลังกินหมดไปอีกแก้ว

“ไม่หรอกโว้ย ฉันแข็งแรงดี ..คนที่เป็นน่ะ ไอ้บ้านี่มากกว่า”

พลางมองไปที่เอเลนที่กำลังซดเบียร์ลงคออย่างไม่ใส่ใจ ร่างบางกว่าไหวไหล่

“เหอะ ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเหอะ แต่คืนนี้มาตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่าแจน”

“อยากตายเร็วไม่เปลี่ยนเลยนะแก” แจนยิ้มเยาะ เอเลนกระตุกยิ้มเช่นกัน

“แต่ก็ยังไม่ตายใช่ไหมล่ะ?”

การแข็งขันยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งกลุ่มผู้หญิงเริ่มทยอยกันมาให้ความสนใจกับความคึกคะนองของชายฉกรรจ์

“เอ่อ แข่งแบบนี้จะได้อะไรเหรอ? เสียสุขภาพนะ”

หญิงสาวร่างเล็กผมทอง นางฟ้าหนึ่งเดียวในค่ายทหารพูดขึ้นด้วยท่าทีเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง นานๆที”

อาร์มิน ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาน่ารักละม้ายคล้ายสตรีตอบขึ้น คริสต้ายังทำหน้าเป็นห่วงอยู่ดี

“เชื่ออาร์มินเถอะน่ายัยบ้า”

สิ้นคำพูดจากคนข้างตัวของคริสต้า มะเหงกถูกส่งลงบนเรือนผมสีทองเบาๆ

“ยูมิล อย่าทำแบบนี้สิ...”

“เป็นห่วงคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะเธอเนี่ย พอซักทีเถอะ”

ยูมิลบ่นพึมพำ คริสต้ามุ่ยหน้าเล็กน้อย “ก็...ไม่อยากเสียพวกพ้องไปแล้วนี่นา”

ยูมิลถึงกับขำก๊าก แล้วตบหลังคนตัวเล็กกว่าป้าบๆ

“จะบ้ารึไง แค่กินเบียร์ไม่ทำให้ตายหรอกน่า...”

“แหวะ....”
ยังไม่ทันสิ้นประโยคของยูมิล เสียงอาเจียนก็ดังขึ้นใกล้ๆ เสียงเฮของเหล่าผู้ชมที่ดูเหมือนจะรู้ผลแพ้ชนะแล้ว เสียงโฮ่ร้องมีทั้งปิติและผิดหวัง เมื่อเงินพนันโดนกวาดไป และบ้างก็ได้เงินมาฟรีๆ

...และส่วนใหญ่ดูเหมือนจะโดนกิน...

เพราะใครจะไปเชื่อว่าฝ่ายที่กำลังก้มหน้าอาเจียนอยู่คือ แจน กิลชูไตน์ บุรุษผู้หยิ่งผยอง และแสนจะหลงตัวเอง เอเลนเหยียดยิ้มเยาะเย้ยอย่างสมแก่ใจ

“ไงล่ะ ไอ้เบื๊อกเอ๊ย แกสู้ฉันไม่ได้หรอก”

คนที่วางพนันด้านเอเลน(ซึ่งมีอยู่น้อยนิด)ส่งเสียงเฮอย่างดีใจเมื่อค่ำคืนนี้พวกเขาได้กอบโกยเงินได้เป็นจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ แจนกัดฟันกรอดก่อนจะลุกขึ้นยิ้มเหยียดหยาม

“ต่อให้โว้ย”

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ”

เอเลนยิ้มเยาะ เรียกน้ำโหจากแจนได้เป็นอย่างดี ร่างสูงพุ่งเข้ากระชากเสื้ออีกฝ่ายทันที เอเลนส่ายหัวอย่างระอา

“ขี้แพ้ชวนตี”

“เออ แกมันน่าหมั่นไส้เอเลน ขอต่อยแกซักทีได้มะ”

แจนเบียดกายเข้าไปใกล้ๆ แล้วก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงขู่ฆ่า แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เอเลนเกร็งตัวนิ่ง ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วเพราะฤทธิ์สุรา จู่ๆก็ยิ่งแดงกว่าเดิม เรียกความฉงนจากแจนได้ไม่น้อย

“เป็นอะไรของแก”

ผละอีกร่างออก แล้วยกยิ้มเยาะเย้ย

“จะอ้วกล่ะสิท่า ไอ้อ่อน”

กลั้วหัวเราะกับท่าทีสงบของอีกฝ่าย เอเลนไม่ตอบอะไรนอกจากกระชากร่างสูงออกจากโต๊ะอาหารและฝูงคน แจนโวยวายตลอดทางที่โดนลากมา เอเลนเหวี่ยงร่างแกร่งติดกับผนังไม้แข็งแรง แจนถึงกับจุกเบาๆ ใบหน้าคมคายเบ้หน้าอย่างเจ็บปวด

“แกทำอะไรวะเอเลน...”

ถึงกับชะงักเมื่อร่างบางกว่าเบียดกายมาใกล้ ปลายนิ้วเย็นสัมผัสใบหน้าร้อนระอุของแจน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย เสียงนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ

“...ไม่ไหวแล้วแจน ช่วยทีสิ...”

เบียดกายบางแนบชิดจนหาช่องว่างไม่เจอ ส่วนอ่อนไหวเบียดกันอย่างพอดิบพอดียิ่งทำเอาคนร่างสูงกว่าตัวแข็งทื่อ แจนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

...ไอ้ห่านี่ เล่นเอาสร่างเลยหวะ...

“เอเลน แกเมามากแล้วนะ ไปอาบน้ำซะ”

ดันร่างบางออกเบาๆ แล้วเมินหน้าหนี เอเลนโถมตัวเข้าหาอีกครั้งแล้วใช้มือเรียวทั้งสองข้างจับแก้มอีกฝ่าย

“งั้น...แจนมาอาบให้หน่อยสิ”

แจนดันออกสุดแรง และหมุนตัวหนีทันที

“ไม่โว้ย! แกมัน...วิปริตไปแล้วเอเลน! ถ้าจะแกล้งแบบนี้มันไม่สนุกนะโว้ย ไอ้บ้า!”

ร่างสูงแกร่งต่อว่าอย่างเหลืออดเสร็จก็รีบเดินหนีออกมาทันที มือข้างหนึ่งก็เอาแต่ยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด

...หงุดหงิดที่ตัวเองดันหวั่นไหวกับท่าทีของเจ้านั่น!...

 

“...วิปริต...เหรอ?”

เอเลนทวนคำเบาๆเพียงลำพัง รอยยิ้มอ่อนหวานระบายออกมาที่ริมฝีปากสวยนั่น นัยน์ตาสีเขียวทอประกายอย่างมีเลศนัยน์

“...นายมันก็วิปริตเหมือนกันแหละแจน ฉันจะพิสูจน์ให้ดูเอง”

เอเลนพึมพำเบาๆ แล้วยกยิ้มอย่างมีความสุข

“เอเลน! มาอยู่นี่เอง กลับกันเถอะ!”

เสียงใสของอาร์มินดังขึ้นอีกด้าน เอเลนสะดุ้งสุดตัว เหมือนสติสัมปชัญญะจะกลับมาหาเขาแล้ว

...นี่เขาทำอะไรลงไปเนี่ย!!?...

ยืนหน้าแดงเพียงลำพัง ก่อนที่อาร์มินและมิคาสะจะเดินเข้ามาใกล้เขา

“เอเลน อยู่ๆก็ลากแจนมา ทำไมเหรอ? มีเรื่องกันอีกแล้วล่ะสิ?”

มิคาสะยิงคำถามอย่างเป็นห่วง เอเลนเลิ่กลั่กก่อนส่ายหน้าไปมา แล้วดีดหน้าผากหญิงสาวเบาๆหนึ่งที

“ฉันโตแล้วน่า จะไปมีเรื่องแบบนั้นได้ไง จริงไหม?”

รอยยิ้มแหยๆถูกส่งให้ แต่มิคาสะถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที นัยน์ตาสีดำคู่สวยหลุบต่ำ

“ก็...เป็นห่วง...”

เอเลนขำออกมาเล็กน้อยกับท่าทีของหญิงสาวแล้วลูบผมอีกคน

“ไม่ต้องคิดถึงเรื่องของฉันมากก็ได้น่ามิคาสะ”

มิคาสะส่ายหน้าไปมา “ทำไม่ได้หรอก!”

“ขอบใจแล้วกัน”

สองมือของเอเลนจัดแจงผ้าพันคอสีแดงที่มิคาสะพันไว้อยู่เป็นประจำ มันทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อก่อนเสมอ

...แต่ถึงยังไงเขาก็คิดกับมิคาสะได้เพียงคนในครอบครัวเท่านั้น...

“เอ่อ มิคาสะ เธอรีบกลับเถอะนะ ครูฝึกเรียกพวกผู้หญิงแล้ว”

อาร์มินพูดขึ้นพลางชี้ไปทางกลุ่มสาวๆที่กำลังทยอยกันเข้าที่พัก มิคาสะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วโบกมือลาเพื่อนทั้งสองคน

“ฝันดีนะทั้งสองคน เจอกันพรุ่งนี้”

“อื้ม ฝันดีนะ”

เอเลนและอาร์มินโบกมือให้เพื่อนสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไป เมื่อลับสายตาไปแล้วนัยน์ตสีฟ้าใสก็หันมาสบกับนัยน์ตาสีเขียวอย่างเป็นห่วง

“มีเรื่องกับแจนหรอ”

“เปล่าหรอก ไม่ต้องห่วงหรอกอาร์มิน”

เอเลนส่งยิ้มน้อยๆให้ เขาพอจะรู้ว่าเพื่อนของเขาก็แอบมีใจให้กับแจน เขาไม่ควรพูดว่าเกิดอะไรขึ้น...

 “...ไม่ห่วงได้ไงล่ะ เรื่องของนายนะ”

เอเลนยิ้มแหยก่อนถอนหายใจเบาๆกับกริยาของเพื่อนสมัยเด็ก มือเรียวยกขึ้นลูบเส้นผมสีทองนั่นเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า นายกังวลเกินไปแล้ว”

นัยน์ตาสีฟ้าส่งความรู้สึกกระหายใคร่รู้อย่างเด่นชัดมากขึ้นทุกที ริมฝีปากน่ารักนั่นก็ด้วย...มันเม้มเข้าหากันราวกับข่มไม่ให้พูดความจริงออกมา

เอเลนตัดสินใจหมุนตัวแล้วเดินออกจากอาร์มิน ทันที “ขอตัวก่อนนะ รู้สึกมึนๆ...”

แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็โดนมือเล็กๆรั้งไว้ที่แขน เมื่อหันกลับมาก็เจอใบหน้าจริงจังของอาร์มิน

“เอเลน...นายทำอะไรแจนกันแน่”

เอเลนยังคงนิ่งงันกับการกระทำบุ่มบ่ามผิดกับวิสัยปกติของอาร์มิน นัยน์ตาสีเขียวสังเกตได้ว่าใบหน้านั้นแดงเรื่อกว่าเดิม

“อาร์มิน นายดื่มมาเหรอ?”

“ใช่! ฉันโตพอจะดื่มแล้วน่าเอเลน เหมือนกับนายนั่นแหละ!”

อยู่ๆคนที่นิ่งเฉยตลอดเวลากลับขึ้นเสียงกับเอเลน นัยน์ตาสีเขียวฉายแววประหลาดใจ เอเลนพูดตะกุกตะกัก

“อาร์มิน นายโอเคนะ..”

ยังไม่ทันจบประโยคดีอาร์มินก็สวนกลับด้วยการกระชากคอเสื้อเอเลนเข้ามา

“ตอบมานะ นายทำอะไรแจน!!”

เอเลนเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เหงื่อแตกพลั่กอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ฉัน...เปล่า...”

หลบตาอีกคน แล้วผลักคนตัวเล็กออกเบาๆ นัยน์ตาสีฟ้าเริ่มแข็งกร้าวมากขึ้น

“อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะเอเลน! นายไม่มีทางได้เขามาครอบครองหรอก!”

เอเลนทำหน้ายุ่งก่อนจะหลบสายตาหลากอารมณ์ของอาร์มิน มันทั้งเศร้า โกรธ และริษยา...

“..ฉัน..ขอโทษ อาร์มิน ..ฉันเมา..”

“อย่ามาเสแสร้งนะเอเลน!!”

ยิ่งทำให้อาร์มินเดือดถึงขีดสุด ร่างเล็กถลามาหวังจะทำร้ายคนตรงหน้า แต่เอเลนไหวตัวทัน ใช้วิชาป้องกันตัวเข้าใส่อาร์มินจนอีกฝ่ายเกือบล้มหัวคะมำ แต่เอเลนก็รับร่างนั้นไว้ได้อย่างทันท่วงที

“...อาร์มิน อย่าเมาจนไม่ได้สติแบบนี้สิ”

“ฉันไม่ได้เมา ...ไม่ต้องมาเห็นใจกันหรอกเอเลน”

หยาดน้ำตาใสร่วงเผาะ อาร์มินดีดตัวกลับแล้ววิ่งจากไปทันที

...ตอนนั้นเอเลนตระหนักได้ว่า เขาได้ทำเรื่องผิดพลาดที่สุดในชีวิตไปแล้ว...

 

ร่างสันทัดก้าวเข้ามาในเขตของที่พักลูกหน่วย นัยน์ตาสีเทาทอประกายสุขใจ

...คืนนี้เขาจะได้เจอกับคนที่เขารักไหมนะ...

ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นระรัว รีไวค่อยๆเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เขาอาศัยความมืดและการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วพลางร่างของเขา

ในหัวมีแต่เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเอเลน เยเกอร์ ...ความรักของเขา

ช่วงระยะเวลาหลายปีที่หัวใจของเขามีเด็กหนุ่มคนนี้ก้าวเข้ามา มันทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน ความเบื่อหน่ายเริ่มหายไป มีแต่ความสุขที่เข้ามาแทนที่

...เขากับเอเลนไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรกัน...

เขาแค่มีความรู้สึกดีด้วยเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะคิดแบบไหน

...เรียกง่ายๆว่ารักข้างเดียว...

นัยน์ตาสีเทาหลุบต่ำลง เจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ ...ใช่ เอเลนยังไม่ใช่ของของเขา

...แต่อีกไม่นาน อีกไม่นานหรอก...

รีไวตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ว่าค่ำคืนนี้เขาจะต้องสมหวังในความรักเสียที!

 

ขณะที่เอเลนกำลังกลับที่พัก เรื่องตลกร้ายกาจก็บังเกิดขึ้น เอเลนบังเอิญเจอแจนและอาร์มินกำลังพูดคุยบางสิ่งอยู่ที่บริเวณหอพัก

...และอาร์มินกำลังร้องไห้อยู่...

นัยน์ตาสีเขียวเบิกโพลง ก่อนจะวิ่งไปซ่อนตัวใกล้ๆเพื่อดูสถานการณ์

“ยังไงก็ไม่ได้สินะแจน”

เสียงเล็กๆนั่นสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แจนทำหน้าลำบากใจ

“ขอโทษ ฉันมีคนที่ฉันชอบอยู่แล้ว...”

อาร์มินส่งสายตาเจ็บปวดให้อีกฝ่าย มือเล็กกำแน่นจนห้อเลือด

“....ใครกัน”

“ขอโทษนะ แต่ฉันคงบอกไม่ได้...”

แจนระบายยิ้มน้อยๆออกมา นัยน์ตาสีอ่อนหลุบต่ำไม่กล้าสบกับนัยน์ตาสีฟ้ารื้นน้ำตาแสนเจ็บปวดคู่นั้น

...ยิ่งมอง ยิ่งรู้สึกผิด....

“......”

ความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศรอบคนทั้งสอง แจนเกลียดบรรยากาศแบบนี้จึงพูดขึ้นแทรกความเงียบ

“ขอโทษ”

“พอเถอะแจน นายไม่ผิด ไม่ต้องขอโทษอีกแล้วล่ะ...”

อาร์มินยิ้มขมขื่นก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย

“ขอให้นายไปได้สวยกับเขานะ...”

คนตัวเล็กเดินผ่านร่างสูงไปราวกับคนไม่รู้จักกัน แจนยืนนิ่งแล้วทบทวนการกระทำของตัวเอง

...เขาไม่น่าให้ความหวังกับอาร์มินเลย ทั้งหมดที่เขาทำนั้น...

...ก็แค่อยากประชดคนๆหนึ่งเท่านั้น...

“ไง ทำร้ายจิตใจเพื่อนฉันพอแล้วใช่ไหม”

เอเลนออกมาจากที่ซ่อนอย่างกะทันหัน ทำเอาแจนตั้งตัวไม่ติด

“เอเลน แก...”

“ว่าไง?”

แจนอ้ำอึ้งไปเมื่อใบหน้าที่โกรธแทนเพื่อนของเอเลนแล้ว เขาแทบจะบ้าตาย

 “ก็ฉันไม่ได้ชอบนี่หว่า จะให้ตอบว่าอะไรเล่า ไอ้บ้า...”

แจนตอบกลับทันควัน แต่ปากมันไปไวกว่าความคิดเมื่อเผลอพูดออกไปเบาๆ

“อ้อ นี่แกสร่างเมาแล้วสินะ... แกกับเพื่อนของแกมันก็พอกันเลย พวกวิปริต..”

...บัดซบ พูดอะไรออกไปวะเรา...

แจนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรื่องที่ไม่สมควรพูดได้เอ่ยออกไปแล้ว นัยน์ตาสีอ่อนฉายแววตระหนก และแน่นอน...เส้นอารมณ์ของเอเลนขาดผึง ร่างบางกว่าพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ กำปั้นกำแน่นแต่ไม่ถูกปล่อยออกไป

 “...แกก็ด้วยนั่นแหละ แจน...”

เอเลนพูดเสียงสั่นก่อนจะเดินผ่านแจนไป

..ราวกับภาพซ้อนทับ เหมือนกับที่อาร์มินเดินผ่านแจนไปเมื่อครู่ หัวสมองของแจนชาวาบ อยู่ๆแขนของเขาก็รั้งร่างบางเอาไว้ในอ้อมกอด..

“...ไม่ให้ไป...”

เอเลนถึงกับฉงนกับการกระทำของแจน ใบหน้าคมคายซุกลงที่ลาดไหล่ของเขา นัยน์ตาสีเขียวเบิกโพลงอย่างตกใจ

“อะไรของแกวะ ปล่อยนะเว้ย!”

โวยวายเสียงดัง พลางสะบัดตัวให้พ้นจากพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้นออกเหมือนยิ่งถูกรัดแน่นขึ้น

“...ฉันชอบแก”

ทุกอย่างเงียบสงัดทันตาเห็น มีเพียงสายลมหนาวพัดผ่านร่างทั้งสอง เอเลนเหยียดยิ้มแล้วพูดเสียดแทงใจ

“เหอะ! แกมันก็วิปริต...”

สะบัดกายออกมาได้อย่างง่ายดาย แจนนิ่งงัน เมื่อคำพูดที่เขาได้พูดกับอีกฝ่ายไปเมื่อไม่นานย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง อารมณ์ที่พุ่งพล่านผสานกับฤทธิ์น้ำเมาทำให้แจนสติหลุด

“ใช่ ฉันมันวิปริตเอเลน!”

กระชากแขนเล็กๆของอีกฝ่ายสุดแรง เอเลนนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด

“เจ็บนะเว้ย ไอ้บ้า!”

แต่นั่นไม่ทำให้อีกร่างหยุดออกแรงเลยแม้แต่นิดเดียว แจนกระชากลากถูร่างบางเข้าไปยังโกดังเก็บของใกล้ๆที่พักของพวกเขา ร่างแกร่งขึ้นคร่อมร่างเล็กทันที มือใหญ่ถลกเสื้ออีกฝ่ายขึ้นแล้วก้มลงประทับริมฝีปากบนแผ่นอกขาวเนียน

“แจน! แกบ้าไปแล้ว”

“เมื่อหัวค่ำ...แกต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือไงเอเลน...”

เอเลนเบิกตาโพลงเมื่อย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องเมื่อหัวค่ำ ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด แจนระบายยิ้มอย่างพอใจ เรียวลิ้นร้อนไล้ยอดอกสีชมพู เอเลนกัดฟันแน่น เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านแทบหมดไป ร่างแกร่งเมื่อเห็นร่างบางกว่าเริ่มเคลิบเคลิ้มก็แอบเย้าด้วยการขบกัด เอเลนส่งเสียงออกมาอย่างอดไม่ได้

“...ร่านเป็นบ้า”

แจนยิ้มเยาะ ก่อนจะคิดได้อีกครั้งหนึ่ง

...ชิบหาย กูพูดอะไรออกไปอีกแล้ววะ!!...

อยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย แต่ความเจ็บปวดเพราะกรรมตามสนองก็มาเร็วเหลือเกิน เมื่อเอเลนฟาดฝ่ามือลงใบหน้าคมคายนั้นอย่างจัง

“....”

แจนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เอเลนข่มไม่ให้ตัวเองด่าทอคนตรงหน้าอย่างหยาบคาย

“...ถอนคำพูดซะ ฉันไม่ได้ร่าน”

“เหอะ ที่ยั่วฉันเมื่อหัวค่ำนี่ไม่ร่านเหรอ?”

...โธ่เว้ย ปากมันพูดไปเอง...

แจนแสยะยิ้มพลางส่ายหัวไปมาแต่ในใจอยากจะร้องไห้กับความปากเสียและเถรตรงของตัวเขาเอง เอเลนเมื่อได้ยินก็นิ่งเงียบไป

“ตอนนั้นมันเมานี่หว่า...”

เอเลนพูดด้วยเสียงเบาหวิว แจนโคลงหัวไปมา

“หมายความว่า ถ้านายเมานี่กับใครก็ได้เหรอ? เสร็จคุณหัวหน้าทหารไปแล้วสิท่า ดื่มด้วยกันบ่อยๆไม่ใช่หรือไง”

แจนพูดประชดประชันออกไปอย่างไม่ทันได้กลั่นกรองอีกครั้ง เขาปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

“อะไร? หึงรึไง?”

เอเลนหยอกเย้าคนตรงหน้า แจนกัดฟันกรอด

“เออสิวะ! หึงมากด้วย!”

ตอบกลับเสียงดังด้วยใบหน้าฉาบด้วยสีแดง นัยน์ตาสีอ่อนเสมองไปทางอื่น เอเลนผงะ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแสดงอาการแบบนี้ออกมา เอเลนคลี่ยิ้มบางออกมา

 “หน้าตาเห่ยชะมัดเลยนะ...”

มือเรียวเลื่อนขึ้นมาจับใบหน้าคมคายอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

“ฉันก็...”

“เอเลน เยอเกอร์...แจน กิลชูไตน์....”

สองร่างถึงกับสันหลังเย็นวาบ เมื่ออยู่ๆประตูโกดังถูกเปิดอ้าออก พร้อมกับน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคย

“หัวหน้า..รีไว...”

นัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบจ้องมองสองชีวิตที่อยู่ในโกดัง ถึงภายในใจเจ็บแปลบแค่ไหนแต่ก็ยังคงเก็บเอาไว้ได้ภายใต้หน้ากากความสงบเยือกเย็น

“ผิดกฎทหาร”

เปรยเพียงเท่านี้ ทำเอาทั้งแจนและเอเลนหน้าถอดสี ทั้งคู่ทำหน้าราวกับยอมจำนนต่อความผิด

“แจน แกเป็นคนพาเอเลนมาใช่ไหม”

“ค..ครับ”

แจนก้มหน้ามองพื้นหลบสายตาอาฆาตของหัวหน้าทหาร เอเลนรีบจัดแจงเสื้อผ้าแล้วพุ่งมาขวางทันที

“ผมเป็นคนขอให้เขาพามาเอง! หัวหน้าอย่าทำอะไรเขาเลยนะครับ!”

“อยากจะปกป้องมันมากเลยหรือไงเอเลน”

รีไวข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ เอเลนยังคงทำหน้าจริงจัง

“ครับ!”

ความเถรตรงนั่นทำลายความเยือกเย็นของรีไวลงได้อย่างง่ายดาย

“งั้นก็ตายไปด้วยกันซะเลยดีไหม!”

ราวกับเป็นเด็กๆที่ชอบประชดประชัน นัยน์ตาสีเทาเริ่มมีน้ำรื้นๆคลอหน่วยตา

...อะไรกัน...ทำไมมันเจ็บแบบนี้ล่ะ...

เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก รู้เพียงมันเจ็บจนความเยือกเย็นหายไปจนหมด

“หัวหน้า...”

เอเลนพึมพำชื่อของคนตรงหน้าเบาๆ รีไวก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าของเขาตอนนี้ ที่มันดูไม่ได้สุดๆ

“..ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้...”

พึมพำให้ได้ยินเพียงลำพัง หลากหลายอารมณ์ตีกันอลวนในหัวของรีไว เปลือกตาปิดแน่นราวกับไม่อยากรับรู้

...แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา ทำให้หยาดน้ำตาค่อยๆแห้งเหือด นัยน์ตาสีเทาเงยสบกับคนทั้งสอง มันเย็นชา ไร้ความรู้สึกเสียยิ่งกว่าเดิม

...มันเป็นความคิดสกปรกที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเลย...

“...ถ้าพวกแกสองคนทำให้ฉัน ‘สุขสม’ ได้ ฉันจะปิดเรื่องนี้เอาไว้...”

 
 
 
 
TBC!!
 
***********************************************
 
 
เป็นยังไงกันมั่ง 555555555555
มันแต่งเพราะความเวิ่นค่ะ 
 
จะพยายามแต่งให้จบและอัพเร็วๆนี้นะคะ
ช่วงนี้ยุ่งมาก กีฬาสี สอบ เรียน ทวิต ซั่มแจน อ๊ากกก ยุ่งค่ะ (โดยเฉพาะซั่มแจน)
 
ยังไงหนุนก็ฝากฟิคนี้ในอ้อมใจด้วยนะคะ แฮร่

Comment

Comment:

Tweet

วิปริตแต่ก็รักใช่ม้าาาาาา อ๊ายยยยยย
เอเลนรุกแจนน่ารักมากอ่ะ ฮืออออออ //////
แจยนนนน. หึงสิน้าาาา กรี๊ดดด
ชอบสามพีคู่นี้ เฮย์โจ๊ววววววววววววว
รออ่านต่อน้าาา

#2 By ~[::werrian::]~ on 2013-06-15 22:27

หนุนซังงงงงงงงงงงงงงงงงง
เอาตอนต่อมาค่ะะะะะะะ //วิ่งไปกอดขาหนุนซัง
ฮืออออออออออ แจนนนนนนนนนนนนน
หนุนซังทำเราติ่งแตกกกกกกกกกกกกก
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล้ำเราสิแจนนนนนนนนนนนน!!!!!!!!!!!!! 
ทั้งหมดข้างบนเบลอไปนะคะ ถถถถ
เฮย์โจวมาได้ถูกเวลามากค่ะ.. //ซับ #โบกมือลาแจนและเอเลน
เรารู้สึกเหมือนแจนค่ะ..
..เอเลนแรดมาก.. 
เฮย์โจวอยากฆ่าบั่กเอเลนก็ทำไปเถอะค่ะ เราขอแจนเอง เราลงโทษแจนเองค่ะ 5555555 
ปล.ชอบฟิคหนุนซังมากค่ะ ตั้งแต่ม่วงเหลืองล่ะค่ะ
ปล.2ขออนุญาตเฟบล็อคนะคะะะ

#1 By Mi-U on 2013-06-15 22:23

Categories