[FanFiction]Kuroko no Basuke -Mura*Ki-It's not like paper

posted on 03 Apr 2013 15:09 by kurohane directory Fiction, Cartoon
ก่อนอื่นต้อง สวัสดีค่าทุกคนนนนนนนนนนน
ในที่สุดก็ได้อัพบล็อกซักที แฮ่ๆๆๆ
หลังจากหายหน้าหายไปแรมปี ฮ่าๆ
 
ช่วงนี้ยังคงบ้าครกบาสอยู่ค่ะ
พลังแห่งบาสเก็ตบอลนี่น่ากลัวจริงนะคะ
ขนาดดูเรื่องอื่นไปเยอะ แต่ทำไม๊ ทำไมยังบ้าเรื่องนี้อยู่ไม่รู้
จะทำสถิติบ้ายาวบ้านาน 1ปี ค่ะ lol
 
วันนี้มาลงฟิคที่แต่งเมื่อวานค่ะ 
ภาษาแปลกๆ ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะคะ
 
อืมมมมมม... อาจจะเป็นคู่แปลก แต่ก็พยายามแต่งค่ะ
(ปกติจขบ.อวย ฟ้าเหลือง ค่ะ แฮร่)
 
แต่วันนี้มาแนวใหม่ค่ะ ฟิควันนี้จะเป็นคู่ ม่วงเหลือง ค่ะ
แต่คู่นี้ ถ้าใครดูตอน22.5 หรือว่าดราม่าซีดีจะเข้าใจค่ะมัน....
ก๊าวววววววววววว ฟหกดฟหกดฟหกดดด
อยากให้ฟ้าเหลืองมีอะไรเซอร์วิสๆแบบนี้มั่งจัง แง้
 
อืม อารัมภบทยาวและ เริ่มเลยละกันเน้อ♥ >.,<
 
อ้อ ใช่ต้องบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าฟิคนี้จบไม่สมหวังน้าาา
ถ้าใครหวังว่ามันจะจบแบบสมหวังขอให้คิดใหม่เลยนะ
 
ไม่ชอบแนวนี้ปิดเลยน้า
 
*********************************************
 
It's not like PAPER
Pairing :: Murasakibara x Kise (?)
Kuroko no Basuke fanfic
Author :: Kurobane
 
 

                ...คำว่า”รัก”เขียนลงกระดาษ มันลบได้ง่าย...

                ...แต่ถ้าโดนเขียนที่”ใจ”แล้ว มันลบยาก...

“เอาล่ะ ไหนๆก็เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทุกคนแนะนำตัวทีละคนนะ”

เสียงดูมีอายุจากครูประจำชั้นกล่าวที่หน้าห้องเรียนใหญ่ นักเรียนต่างนั่งอย่างสงบ เพราะความไม่คุ้นเคย ใช่แล้ว นี่คือวันแรกของการเรียนในระดับชั้นมัธยม

นักเรียนคนแรกเริ่มแนะนำตัวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเด็กหนุ่มผมสีม่วงสะดุดตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สะดุดตาเท่ากับความสูงของเขา เมื่อเด็กหนุ่มยืนขึ้นด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

“หวัดดี เราชื่อ...”

“ขอโทษครับ!!!”

กลับมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา เรียกให้สายตาทุกคู่หันไปมองที่ประตู เมื่อมีร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งถลาเข้ามาด้วยความรวดเร็ว เสียงหอบเหนื่อยดังก่อนที่ร่างนั้นจะดีดตัวตรง ผมสีทองสะบัดไหว เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“คิเสะ เรียวตะ ครับผม! ชอบเล่นกีฬา ชอบร้องคาราโอเกะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ!!”

ขยิบตาทีหนึ่ง เรียกเสียงกรี๊ดเบาๆจากสาวๆในห้องได้เป็นอย่างดี แต่เขาไม่ได้ดึงดูดเพียงสาวๆเท่านั้น หนุ่มๆในห้องก็ดูเหมือนจะมองอย่างไม่วางตาเหมือนกัน

“อ...เอ้อ คิเสะ..เรียวตะคุงสินะ ไปนั่งที่ก่อนนะ”

“ครับผม!”

คิเสะหย่อนตัวลงนั่งประจำที่ของเขา มันบังเอิญไปหน่อยที่ที่นั่งสุดท้ายดันอยู่ข้างๆเขา คิเสะหันมาทางเด็กหนุ่มตัวสูงที่กำลังยืนทำหน้ามึนอยู่ แล้วโค้งให้เบาๆ

“โทษทีนะ”

“อืม...”

เด็กหนุ่มผมม่วงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เขาแนะนำตัวต่ออย่างเซ็งๆ

“หวัดดี เราชื่อ มุราซากิบาระ อัตสึชิ จากนี้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

ขณะนั่งลงก็เหลือบมองนัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่หันมามองไม่วางตา คิเสะยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

พูดด้วยเสียงเบาๆ แต่มุราซากิบาระเหมือนจะอ่านปากออก เขาผงกหัวตอบรับน้อยๆ 

เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อยากให้การเรียนการสอนหมดไปเร็วๆ เขาจะได้เข้าชมรมเสียที มือใหญ่ไม่วางเปล่า ยังหยิบขนมมาแกะแล้วใส่ปากอย่างไม่สนใจคนอื่น

“ชอบกินขนมหรอ”

เสียงใสข้างๆดังขึ้น มุราซากิบาระเหลือบมองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆต่อ

“มุราซากิบาระคุงเย็นชาชะมัด”

คิเสะครางออกมาอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อซองขนมถูกยื่นให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหันไปสบกับนัยน์ตาสีม่วงนั่น มุราซากิบาระหันมาพูดเบาๆ

“ง้อ”

พูดแค่นั้น แล้วสะบัดข้อมือให้ขนมในมือลอยไปตกอยู่บนโต๊ะคนข้างๆอย่างแม่นยำ คิเสะยิ้มอย่างประหลาดใจแล้วขำน้อยๆ

“ไม่ได้งอนซะหน่อย แต่ก็ขอบใจนะ”

หัวใจของมุราซากิบาระเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้น เขารีบสะบัดหน้าหนีทันที

...เมื่อกี้มันอะไรน่ะ...

แปลกใจได้เพียงชั่วครู่ ก็โดนขัดด้วยเสียงของครูที่กำลังตักเตือนเขาจากหน้าห้อง เหตุผลก็มาจากซองขนมเกลื่อนกลาดรอบๆตัวเขานั่นเอง

“มุราซากิบาระคุงเข้าชมรมอะไรหรอ?”

ในขณะที่ทุกคนกำลังเก็บของและตื่นเต้นกับการได้เข้าชมรม คิเสะกลับทำตัวสบายๆแล้วเลือกที่จะมาคุยกับเด็กหนุ่มตัวสูงที่นั่งข้างๆ มุราซากิบาระเก็บของอยู่จึงไม่ได้ค่อยใส่ใจคำถามจากคนข้างตัวเท่าไร

“มุราซากิบาระคูงงงง เข้าชมรมอะไรหรอออ”

คิเสะถามย้ำอีกครั้ง มุราซากิบาระเริ่มหงุดหงิดนิดหน่อย เขาไม่ชอบให้คนมาตื๊อแบบนี้

“จะเข้าอะไรมันก็เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยวซักหน่อย”

คิเสะนิ่งไป ก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ

“น..นั่นสิน้า อะฮ่ะๆๆๆ อ่า...ถ้างั้นขอตัวก่อนนะ”

คิสะโบกมือให้พร้อมกับหน้ายิ้มเหยเก มุราซากิบาระเมินเฉยแต่ในใจกลับเจ็บปลาบ

…ทำไมเขาถึงชอบทำตัวแบบนี้เสมอ...

 

...วันเวลาผ่านเลยไป ระยะห่างตามกายภาพเท่าเดิม แต่ทำไมระยะห่างของหัวใจมันไกลกันขนาดนี้...

...”คิเสะ เรียวตะ” กลายเป็นชื่อของโมเดลหนุ่มที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ด้วยความหล่อเหลา ความน่ารัก และความสดใส...

...มันกลับยิ่งทำให้เขาเอื้อมไม่ถึง...

...อยากย้อนเวลากลับไป อยากกลับไปแก้ไขอดีต อยากแก้ไขคำพูดในวันนั้น...

...ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ไม่มี”คิเสะ เรียวตะ”มันทรมานขนาดนี้...

...แต่อยากไปก็เท่านั้น...ไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมแล้ว...

...ระยะห่างไม่สามารถหดกลับมาได้แล้วใช่ไหม...

...เฝ้าภาวนาแค่ไหนก็เป็นได้แค่ฝันใช่ไหม...

..........................................

................................

...................

............

......

...

...เปิดภาคเรียนใหม่ ในระดับที่สูงขึ้น พวกเขาอยู่ระดับมัธยมต้นปี2...

ระยะห่างของเขาไกลกันมากกว่าเดิม คิเสะ เรียวตะขยับไปนั่งด้านหน้าของเขา แต่อยู่ในตำแหน่งที่เขายังเฝ้ามองได้ นัยน์ตาสีม่วงจับจ้องเด็กหนุ่มผมทองที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง บางทีก็โบกมือหยอยๆให้บรรดาแฟนคลับของเขา เป็นเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่รอยยิ้มเสแสร้งส่งออกไป

ใบหน้าของคิเสะ เรียวตะดูหม่นหมองกว่าที่เคยมาก จนทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา

...อยากจะเข้าไปถาม แต่ก็ไม่กล้าพอ…

แก้เครียดด้วยการแกะขนมอีกห่อขึ้นมาใส่ปาก แล้วเบนสายตาไปยังครูที่กำลังตั้งอกตั้งใจสอนแทน แต่เมื่อเหลือบมองคิเสะที่ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง

มือใหญ่หยิบขนมออกมา แล้วเขียนโพสต์อิทเล็กๆแปะไว้ที่ซอง ในจังหวะที่ครูหันเข้ากระดาน ก็โยนส่งไปที่โต๊ะเหมือนอย่างที่เคยทำครั้งแรกที่เจอกัน

ไม่เสียแรงที่ได้เข้าชมรมบาสเก็ตบอล ถึงแม้จะเล่นอยู่ตำแหน่งเซนเตอร์ก็ตาม แต่ขนมห่อนั้นก็หล่นปุอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มผมทองอย่างพอเหมาะ คิเสะทำสีหน้าประหลาดใจก่อนจะหันขวับมาทางมุราซากิบาระที่แสร้งเมินมองกระดานดำ

คิเสะหันกลับมาอย่างมึนๆ ก่อนจะเห็นข้อความบนกระดาษ

“ร่าเริงเข้าไว้ -_-“

คิเสะอ่านแล้วแทบหุบยิ้มไม่ทัน ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ทำหน้าเบื่อโลกตลอดเวลากลับมาทำแบบนี้กับเขา เด็กหนุ่มผมทองหันไปด้านหลัง ซึ่งถูกจังหวะพอดี เด็กหนุ่มผมม่วงกำลังจ้องมองเขาอยู่

“ขอบ-ใจ-มาก-นะ”

ค่อยๆพูดทีละพยางค์ให้คนด้านหลังอ่านปากทัน มุราซากิบาระรีบก้มหน้างุดเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวของเขา

...มีความสุขที่สุด...

 

 

...หลังจากนั้น เพราะระยะห่าง เพราะชมรม ทำให้เขาไม่ได้คุยกันอีกจนได้...

...แต่ความน่าประหลาดใจกลับเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จนมุราซากิบาระเองยังไม่อยากจะเชื่อ...

 

“ต่อไปนี้คิเสะ เรียวตะจะอยู่ชมรมบาสเก็ตบอลกับพวกเรา”

รุ่นพี่กล่าวเสียงดังภายในโรงยิมขนาดใหญ่ เรียกเสียงฮือฮาจากสมาชิกในชมรมไม่น้อย

“เอ้า แนะนำตัวหน่อยสิ”

รุ่นพี่ผลักคิเสะออกมาข้างหน้า คิเสะยิ้มร่าเริงทันที

“คิเสะ เรียวตะครับ!! ยินดีที่ได้รู้จัก จากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน้า”

“เอาล่ะ แยกย้ายไปซ้อมกันได้ พวกตัวจริงไปอีกยิมนะ”

สิ้นเสียงของรุ่นพี่ทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไป อย่างรวดเร็ว เสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นไม้ปาร์เก้ เสียงเดาะบอลเริ่มดังมากขึ้น แต่ร่างสูงผมสีม่วงยังคงยืนนิ่งงัน จนคนที่อยู่ใกล้ๆต้องสะกิด

“มุราซากิบาระ ไปซ้อมได้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลามายืนเหม่อนะ...”

ร่างเล็กกว่าผมสีแดงสดเบียดเข้ามาใกล้ๆ มุราซากิบาระสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบรับ

“อ..อืม ไปกันเถอะอากะจิน”

ปากตอบรับ ร่างก้าวเดิน แต่สายตาของเขายังคงจดจ้องที่เด็กหนุ่มผมทองที่เริ่มทำความรู้จักกับคนอื่นอย่างสนิทสนม แต่ก็ได้ไม่นาน เพราะโดนคนร่างเล็กกว่ากึ่งกระชากลากถูไปซ้อม

 
 

...ไม่นานนัก เป็นอย่างที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ คิเสะ เรียวตะ ได้ฝึกซ้อมกับเหล่าตัวจริง...

เขาทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ มุราซากิบาระถึงกับอึ้งในฝีมือด้านกีฬาที่ก้าวกระโดด บ่อยครั้งที่เขาเห็นคิเสะเล่นฟุตบอลเวลาเรียนพละได้อย่างชำนิชำนาญ แต่เขาไม่คิดว่าคิเสะจะเก่งรอบด้านขนาดนี้

...ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ...

มุราซากิบาระเองก็เริ่มเล่นอย่างเอาจริงเอาจัง การดั๊งค์ของเขาทำเอาหลายคนถึงกับหงาย ได้ผลที่มันเรียกให้นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหันมามอง คิเสะยกยิ้มให้เหมือนอย่างเคย เขาได้แต่หันหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าของเขา

…เหมือนเป็นเรื่องโกหกเลย...

มุราซากิบาระระบายยิ้มออกมาเพียงลำพัง ระยะห่างของเขาทั้งสองที่เหินห่างมานาน เริ่มใกล้ขึ้นทีละนิด ทีละนิด...

.......................................

........................

...........

....

“ไปกินไอติมกัน!!”

เด็กหนุ่มผิวแทน ที่ทุกคนลือกันว่าเพราะคนๆนี้ทำให้คิเสะ เรียวตะเข้าชมรมบาส กำลังกอดคอเด็กหนุ่มผมทองที่ทำท่าเหมือนขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

..รอยยิ้มที่มุราซากิบาระไม่เคยเห็น..

นัยน์ตาสีม่วงจับจ้องคนทั้งสองที่ดูสนิทสนมกันมากจนเกินไป ความริษยาวูบขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็จางหายไปเมื่อร่างเล็กข้างๆชวนพูดคุย

“คุโรจิน สองคนนั้นดูสนิทกันดีเนอะ”

นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววประหลาดใจ ปกติคนอย่างมุราซากิบาระไม่สนใจเรื่องของคนอื่นเท่าไร แต่ทำไมกลับ... คุโรโกะยิ้มน้อยๆ

“นั่นสินะครับ เห็นเขาว่าคิเสะคุงมาเล่นบาสก็เพราะอาโอมิเนะคุงนี่นา”

“ทำไมล่ะ?”

มุราซากิบาระถามต่ออย่างใคร่รู้ คุโรโกะส่ายหัวน้อยๆ

“เจ้าตัวยังไม่เคยเล่าให้ฟังเลยครับ”

แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นหัวข้ออื่น จนกระทั่งถึงมินิมาร์ท ต่างคนต่างไปซื้อไอติม กิน แล้วก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น

เมื่อมีชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูง โจรกรรมกระเป๋าของผู้หญิงคนหนึ่ง ซ้ำยังเฉี่ยวหญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มเด็กชายจนล้ม 

สุภาพบุรุษ(?)ผมทองไม่รอช้า รีบวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นไปอย่างเอาเป็นเอาตาย ตามด้วยหนุ่มผิวแทนที่วิ่งตามออกไปด้วยเวลาที่ต่างกันเพียงเสี้ยววินาที

เด็กหนุ่มผมม่วงได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง นัยน์ตาสีม่วงยังคงมองไปจนคิเสะลับสายตา ขณะที่สมองจะประมวลผล มิโดริม่า ชินทาโร่ก็คว้ากล่องขนมในมือของเขา แล้วชู้ตมันราวกับเป็นลูกบาส

...เป็นห่วงคนที่วิ่งออกไปเป็นทุนเดิม ขนมสุดรักโดนขว้างออกไปต่อหน้าต่อตา...

หลากหลายอารมณ์ปนกันมั่วซั่ว เป็นขุมพลังให้มุราซากิบาระรีบวิ่งตามไปอย่างลืมตาย และเมื่อวิ่งตามไปนั่นเอง ชายในชุดปกปิดคนนั้นก็กำลังเงื้องหมัดตรงเข้าไปที่ใบหน้าของคิเสะ!

มุราซากิบาระรีบเข้าไปขวางไว้อย่างทันท่วงที ชายคนนั้นกระแทกกับอกของเขาอย่างจัง

“.......ขนมของฉัน...”

...และคิเสะของฉัน....

ชายคนนั้นหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว แล้วสถานการณ์ต่างๆก็กลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน

 

เมื่อต่างคนต่างแยกย้ายไปกันหมด ช่างบังเอิญที่ทางกลับบ้านของคิเสะและมุราซากิบาระเป็นทางเดียวกัน คิเสะหันไปพูดคุยเพื่อทำลายความเงียบ

“เมื่อกี้ เอ่อ...ถึงจะรู้ว่านายทำเพื่อนขนมก็เถอะ... แต่ก็ขอบใจนะ”

ยิ้มหวานถูกส่งให้ มุราซากิบาระนิ่งเงียบด้วยความเขิน

“อ...เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก...”

“งั้นแยกกันตรงนี้นะ! ราตรีสวัสดิ์!”

เด็กหนุ่มผมทองหันมาโบกไม้โบกมือให้ มุราซากิบาระโบ